‘สมคิด’ สั่งสภาพัฒน์ปรับแผนพัฒนาประเทศเน้นสร้างความเข้มแข็งจากภายใน หลังวิกฤตโควิดระบาดพึ่งภายนอกลำบาก เศรษฐกิจทั่วโลกซบ ชงท้องถิ่นใช้งบ 4 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน ในภูมิภาค คาดมิ.ย. เห็นเป็นรูปธรรม
‘สมคิด’ชงใช้งบ4แสนล.สร้างงาน – นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก.อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า หลังจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และรัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการเข้มงวดเพื่อหยุดยั้งการระบาดของโรค ซึ่งมาตรการหนึ่งก็คือ การขอความร่วมมือให้ประชาชนร่วมกันอยู่บ้านหรือ หยุดเชื้อ เพื่อชาติ
อย่างไรก็ตาม การให้ประชาชนอยู่บ้านย่อมมีต้นทุน เพราะจำเป็นต้องหยุดกิจการ ทำให้ประชาชนขาดรายได้ จึงเป็นที่มาของการหามาตรการต่างๆ เพื่อการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้เร่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน รัฐบาลจึงได้ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท และมีนำไปช่วยเหลือเยียวยา 6 แสนล้านบาทในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือล็อตแรก แต่มีประชาชนบางส่วนจากกทม. โยกย้ายกลับต่างจังหวัด จึงจำเป็นต้องมีการสร้างงาน สร้างรายได้ในท้องถิ่นในช่วงเดือนพ.ค.-ก.ย.นี้ จึงมอบนโยบายให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ จัดทำหลักเกณฑ์ภายใต้พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือล็อตที่สอง
ทั้งนี้ เมื่อกำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำโครงการแล้ว สศช. จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาประมาณกลางเดือนพ.ค. นี้ เมื่อเปิดให้ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานต่างๆ ทั้งกองทุนหมู่บ้าน มูลนิธิ เสนอโครงการพัฒนาท้องถิ่นเข้ามา และคาดว่าในต้นเดือนมิ.ย. จะเริ่มเห็นโครงการขนาดเล็กในท้องถิ่นต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรมส่วนงบประมาณแต่ละโครงการจะเป็นเท่าไหร่นั้นอยู่ที่คณะกรรมการกลั่นกรองฯจะกำหนดอีกครั้ง ประกอบด้วย 1. การพัฒนาอาชีพเกษตรทั้งแบบดั้งเดิม สมัยใหม่ และเกษตรอินทรีย์ 2. การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กรองรับภาคเกษตรในชนบท
3. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวในชุมชน เตรียมรองรับการท่องเที่ยวในประเทศหลังจากโควิด-19 คลี่คลาย นำไปสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน 4. การพัฒนาด้านการผลิต การตลาดออนไลน์ ขนส่งสินค้ากระจายจากชุมชนไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้ชุมชนหันมาเน้นทำตลาดออนไลน์มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาการกระจายสินค้าเกษตรไปยังภูมิภาคต่างๆ ยังไม่คล่องตัว และเน้นการบริภาคในพื้นที่เท่านั้น 5. การพัฒนาบุคลากร จากหลายหน่วยงาน ทั้งการท่องเที่ยวฯ มหาวิทยาลัย เพื่อฝึกอบรมแรงงาน นักศึกษาจบใหม่ เพื่อให้มีงานทำ หากรัฐบาลตั้งรับปัญหาเศรษฐกิจ สร้างเงินหมุนเวียนได้ทัน ภาวะเศรษฐกิจต้นปีหน้าจะไม่หยุดชะงักหรือเสียหายมากเกินไป และยังรองรับปัญหาได้เมื่อมีงานทำ ทุกกิจกรรมกลับมาดำเนินการได้ทั้งในเมืองและชนบท
“ที่ผ่านมาประเทศพึ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจากภายนอกมากเกินไปโดยเฉพาะการส่งออก การลงทุน และภาคการท่องเที่ยว แต่ภายหลังการเกิดโรคระบาดเห็นชัดว่าจากนี้ไปจนถึงปีหน้าไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปที่จะพึ่งพาปัจจัยจากภายนอก เพราะเศรษฐกิจทั่วโลกต่างซบเซา ดังนั้นต่อไปนี้จึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภายใน ทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง ทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้มากที่สุด”นายสมคิด กล่าว
นอกจากนี้ นายสมคิด ยังกล่าวอีกว่า ได้มอบนโยบายให้สศช. ปรับแผนงานในอนาคต โดยเน้นการสร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็งทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมถึงให้มีการปรับแผนงบประมาณปี 2564 เน้นการสร้างงานให้มากขึ้น เพื่อรองรับนักศึกษาที่จบใหม่ด้วย