นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงกรณีที่นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครราชสีมาระบุว่าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกระเบา-ชุมทางถนนจิระ ที่ตัดผ่านใจกลางตัวเมืองนครราชสีมาจะทำให้เกิดปัญหาแบ่งเมืองออกเป็น 2 ฝั่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ทำประชาชนสัญจรไปหากันไม่ได้ ว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เรียกร้องให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และ รฟท. ปรับแก้จากทางรถไฟจากระดับดิน เป็นทางยกระดับ เหมือนใน จ.ขอนแก่น

ทั้งนี้ การก่อสร้างทางคู่ ช่วงมาบกระเบา-ชุมทางถนนจิระ ช่วงที่ผ่านตัวเมืองถูกออกแบบให้เป็นทางรถไฟระดับดิน เนื่องจาก ช่วงสถานีรถไฟนครราชสีมาเป็นย่านใหญ่ และอยู่ห่างจากชุมทางถนนจิระเพียง 3 กิโลเมตร โดยหากจะปรับรูปแบบให้เป็นทางยกระดับจะต้องยกระดับบริเวณย่านจิระด้วย ส่งผลให้ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นสูงมาก รวมทั้งการยกระดับอาจทำให้บริเวณสถานีรถไฟนครราชสีมาซึ่งเป็นย่านใหญ่ไม่มีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงในอนาคต นอกจากนี้ในบริเวณนครราชสีมามีโรงรถจักรสำหรับการซ่อมบำรุงรักษารถ หากปรับรูปแบบเป็นทางยกระดับ จะส่งผลให้ไม่สามารถนำรถเข้าโรงรถจักรสำหรับการซ่อมบำรุงได้

นายอานนท์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น นั้น มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณสถานีบ้านเกาะ ซึ่งอยู่เลยชุมทางถนนจิระออกไป มีระยะทางผ่านท้องที่ จ.นครราชสีมาประมาณ 80 กม. ตัวโครงการถูกออกแบบให้เป็นทางรถไฟระดับดินเช่นเดียวกัน ยกเว้นช่วงที่ผ่านตัวเมืองขอนแก่น เนื่องจากช่วงดังกล่าวมีจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับในบริเวณเดียวกันถึง 5 แห่ง จึงได้ออกแบบให้เป็นทางรถไฟยกระดับข้ามถนนเดิมยาวตลอด เนื่องจากมีความคุ้มค่ามากกว่าการสร้างสะพานข้ามทางรถไฟเป็นแห่งๆ อีกทั้งยังไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของการยกระดับทางรถไฟ

ส่วนจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับจุดอื่นๆ ใน จ.นครราชสีมานั้น มีระยะห่างกันค่อนข้างมาก ไม่คุ้มค่าที่จะออกแบบเป็นทางรถไฟยกระดับตลอดสาย การรถไฟฯ จึงได้ออกแบบให้มีสะพานข้ามทางรถไฟ หรือ ถนนลอดใต้ทางรถไฟ หรือสร้างถนนคู่ขนานทางรถไฟแล้วสร้างสะพานกลับรถรูปเกือกม้าทดแทนจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับเดิมทุกแห่ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน โดยที่ประชาชนสองข้างทางรถไฟยังสามารถสัญจรไปมาผ่านทางรถไฟได้เหมือนเดิม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน