น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปี 2558-2562 ความต้องการบริโภคมังคุดสดภายในประเทศเพิ่มขึ้นจากในปี 2558 มีปริมาณ 39,431 ตัน เป็น 105,270 ตันในปี 2562 หรือเพิ่มขึ้น 7.54% ต่อปี โดยการบริโภคมังคุดภายในประเทศในปี 2562 เพิ่มขึ้น 105,270 ตัน จากปี 2561 ที่บริโภค 16,599 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 534.19% เนื่องจากเป็นปีที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้โรงคัดบรรจุประสบปัญหาแรงงานไม่เพียงพอในช่วงผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมาก ส่งผลต่อการส่งออกที่ไม่สามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ผลผลิตจึงมีการตกค้างและล้นตลาด จึงต้องมีการกระจายผลผลิตภายในประเทศเพื่อให้ทันต่อการเน่าเสียและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวน จึงทำให้มีปริมาณการบริโภคในปี 2562 จำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ปี 2563 คาดว่าความต้องการบริโภคมังคุดภายในประเทศยังคงมีปริมาณเพิ่มขึ้นที่จำนวน 111,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 105,270 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 5.45% เนื่องจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการขยายพื้นที่การปลูก และการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศเนื่องจากปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าที่มีการปิดประเทศ (Lockdown) รวมทั้งมีการชะลอนำเข้าสินค้าเกษตรในตลาดสำคัญ เช่น ประเทศจีน เป็นต้น ขณะที่การบริโภคภายในประเทศ 6 ปี (ปี 2558-2563) โดยเฉลี่ยมีอัตราการเพิ่ม 23.79%
น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวอีกว่า สำหรับตลาดมังคุดเพื่อการส่งออกประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกผลไม้อันดับที่ 6 ของโลก รองจากสเปน เนเธอร์แลนด์ เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และชิลี โดยผลไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นกลุ่มผลไม้เมืองร้อน อาทิ ทุเรียน ลำไย และมังคุด ไทยเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกมังคุดรายใหญ่ของโลก โดยผลิตภัณฑ์มังคุดเพื่อการส่งออกของไทย แบ่งออกเป็น มังคุดสด และมังคุดแช่แข็ง ตลาดหลักที่สำคัญของไทย ได้แก่ จีน เวียดนาม และเกาหลีใต้ ในปี 2558-2562 การส่งออกมังคุดสดและมังคุดแช่แข็งเพิ่มขึ้นจาก 178,689 ตัน คิดเป็นมูลค่า 4,349.76 ล้านบาทในปี 2558 เป็น 409,255 ตัน คิดเป็นมูลค่า 16,727.14 ล้านบาทในปี 2562 หรือเพิ่มขึ้น 21.14% และ 37.99% ต่อปี ตามลำดับ และในปี 2563 (ม.ค.-มี.ค.) ช่วงไตรมาสแรกของปี มีการส่งออกมังคุดสดและมังคุดแช่แข็ง ปริมาณรวม 5,465 ตัน มูลค่า 255.38 ล้านบาท
“ความต้องการมังคุดของประเทศคู่ค้าที่สำคัญ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไทยมีอัตราการส่งออกไปตลาดโลกขยายตัวประมาณ 38% ซึ่งมีการส่งออกไปจีนมากที่สุด และมีอัตราการขยายตัวประมาณ 51% จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวในช่วง 2 ปีเป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ทำให้มีการคาดการณ์ การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัว ส่วนประเทศคู่ค้าที่ไทยส่งออกมังคุดรองลงมาได้แก่ เวียดนาม และเกาหลีใต้ ซึ่งมีการขยายตัว 26% และ 10% ตามลำดับ”
นอกจากนี้ ไทย มีโอกาสขยายตลาดส่งออกไปยังไต้หวัน เนื่องจากในปี 2562 ไต้หวันอนุญาตให้นำเข้ามังคุดจากไทย แต่ต้องเป็นผลผลิตจากสวนผ่านการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และต้องผ่านกระบวนการอบไอน้ำเพื่อกำจัดแมลงวันผลไม้และคัดบรรจุ ในโรงงานผลิตสินค้าพืชที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร ตามเงื่อนไขการส่งออกของไต้หวัน