ครม.ไฟเขียว รฟท. กู้เงิน 1.23 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่อง-จ่ายบำนาญ หลังแนวโน้มปี’64 ขาดทุนซ้ำซาก-ไร้เงินใช้พ.ย.นี้
ครม.ไฟเขียวรฟท.กู้เงิน – นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กู้เงิน 12,300 ล้านบาท แบ่งเป็น วงเงิน 11,500 ล้านบาท เพื่อบรรเทาสภาพคล่องในปีงบประมาณ 2564 โดย รฟท. จะดำเนินการกู้หลังจากวงเงินดังกล่าวถูกบรรจงไว้ในแผนบริหารหนี้สาธารณะ ปี 2564 ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
และการกู้เงินเกินบัญชี 800 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินการเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ตามนโยบายรัฐบาล ในการลดราคาค่าโดยสาร สำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย ที่ได้ดำเนินการมาต่อเนื่อง ทำให้ทาง รฟท. ประสบปัญหาการขาดทุน กระแสเงินสดรับไม่สมดุลกระเเสเงินสดจ่าย จากมาตรการของรัฐ จึงต้องมีการดำเนินการกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่อง
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ครม. ได้อนุมัติให้ รฟท. กู้เงินในลักษณะดังกล่าวจำนวน 9 ครั้งรวมวงเงิน 63,905.96 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2558 เพราะที่ผ่านมา รฟท. ประสบปัญหาการขาดทุนสะสม โดยปี 2564 คาดว่าจะขาดทุนประมาณ 11,500 ล้านบาท การรายได้ประมาณ 46,370.67 ล้านบาท แต่มีรายจ่ายประมาณ 57,970.67 ล้านบาท โดยมีเงินสดยกมาจากปี 2563 วงเงิน 100 ล้านบาท
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อให้มีเงินสำรองสำหรับการใช้จ่ายในการดำเนินงาน การลงทุน การจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญ และชำระหนี้เงินกู้ คาดว่า รฟท. จะขาดสภาพคล่องไม่มีเงินใช้จ่ายประมาณ พ.ย. 2563
นอกจากนี้ การลงทุนตามภารกิจหลักทั้งการซ่อมทางรางและการจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้มีชำระเงินผูกพันธ์อาจก่อให้เกิดการเสียหาย จึงมีความจำเป็นกู้เงินเกินบัญชี เห็นชอบกู้เงินระยะสั้น 800 ล้าน โดย รฟท. คัดเลือกแหล่งเงินทุนผ่านการประมูลของแต่ละสถาบันทางการเงิน เพื่อให้เกิดการแข่งขันการลงทุนที่เหมาะสม โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน