นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด ผู้จัดงาน อินเตอร์แคร์ เอเชีย 2020 (InterCare Asia 2020) เปิดเผยว่า ในปี 2564 จำนวนประชากรผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในประเทศไทย มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 20% ของประชากรทั่งหมด จากตัวเลขล่าสุดเมื่อปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 11.13 ล้านคน หรือคิดเป็น 16.73% ทำให้สินค้าและบริการสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุมีศักยภาพและมีโอกาสทางธุรกิจสูงมาก และส่งผลให้ที่ผ่านมามูลค่าตลาดในกลุ่มผู้สูงอายุนั้นมีมากถึง 107,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะสินค้าที่มีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ อาทิ หุ่นยนต์ดูเเลผู้สูงอายุ อุปกรณ์ Smart Home เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายภายในบ้าน อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงอายุ อาทิ อุปกรณ์ฟื้นฟูสมอง เตียงเเละที่นอนอัจฉริยะสำหรับผู้สูงวัย เครื่องยกเคลื่อนย้ายผู้ป่วย อุปกรณ์ฝึกเดิน เครื่องออกกำลังกายเเละกายภาพบำบัด
รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้สูงวัย คอนโดมิเนียมที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการใช้ชีวิตในวัยเกษียณ ทั้งพื้นที่การใช้สอย ระบบความปลอดภัย และมีการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่เข้ามาใช้อย่างเหมาะสม สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มอาหาร ที่ผลิตเพื่อผู้สูงอายุให้ได้สารอาหารครบถ้วน ทั้งในรูปแบบของอาหารที่มีเนื้ออาหารที่นุ่ม และมีการขึ้นรูปให้ดูน่ารับประทาน อาหารชง เจลลี่ สามารถทานได้ง่ายและแก้ปัญหาด้านการเคี้ยวและการกลืน เป็นต้น
ทำให้บริษัทได้จัดงาน InterCare Asia 2020 งานแสดงสินค้าและนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่สำหรับผู้สูงวัยครบวงจร ครั้งที่ 5 ขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 ต.ค.นี้ ที่ ฮอลล์ 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดยได้รวบรวมสินค้าบริการด้านผู้สูงอายุ รวมถึงมีการจัดสัมนาวิชาการจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายทางวิชาการ และเครือข่ายทางธุรกิจ เพิ่มโอกาสใหม่ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งภายในงานแบ่งเป็น 5 โซน ได้แก่ โซนสินค้าและบริการตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการและการท่องเที่ยว โซนอุปกรณ์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลด้านความปลอดภัย โซนการแพทย์และการฟื้นฟูสมรรถภาพ โซนการให้บริการดูแลสุขภาพผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างครบวงจร และ โซนอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารออร์แกนิค อาหารสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ
ทางด้านนพ.ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคม สมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุและกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม กล่าวว่า ตลาดกิจการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงของไทยมีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาพบว่ามีอัตราการเติบโตของสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นกว่า 150% หรือมีการเติบโตเฉลี่ยปีละมากกว่า 20% ซึ่งปัจจุบันมีสถานดูแลผู้สูงอายุกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งรองรับการให้บริการได้ราว 12,000 เตียง ซึ่งไม่เพียงพอต่อรวามต้องการ และด้วยสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุจำเป็นต้องมีมาตรฐานและระบบการให้บริการที่เพียบพร้อมและเพียงพอต่อการดูแลผู้สูงอายุอย่างมืออาชีพ สมาคมสมาพันธ์ฯ จึงตั้งเป้าที่จะส่งเสริมสนับสนุน และมุ่งเน้นสร้างมาตรฐานให้กับสถานประกอบการให้มีมาตรฐานคุณภาพ รวมถึงยังเตรียมร่วมกับกระทรวงแรงงานในการจัดอบรมการดูแลผู้สูงอายุ และถือเป็นโอกาสสำคัญของตลาดแรงงานในขณะนี้ที่ถูกผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างในช่วงโควิด-19 สามารถเข้าสู่อาชีพบริการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันยังมีบุคคลากรไม่เพียงพอต่อความต้องการ
อีกทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากปัจจุบันมีโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่อยู่ระหว่างเตรียมเปิดศูนย์สุขภาพเวลเนสเซ็นเตอร์ พื้นที่ 200-300 ไร่ ในจ.ภูเก็ต เพื่อรองรับตลาดผู้สูงอายุต่างชาติที่มาใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุ ซึ่งเชื่อมั่นว่าหลังสถานการณ์โควิด ตลาดนี้จะเติบโตอย่างชัดเจน รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ ก็มีแนวโน้มที่น่าสนใจ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้สูงอายุจำนวนมากทั้งที่มีลูกหลานและไม่มี ต้องการเดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นบริษัทท่องเที่ยวในไทยที่มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน