‘สุพัฒนพงษ์’ เคาะปี’64 ตั้งเป้าลงทุนอีอีซีทะลุ 3 แสนล้านบาท -ลั่นปีนี้โครงสร้างพื้นฐานต้องจบ เพื่อให้ไทยเดินหน้าลงทุนอย่างเต็มที่

‘สุพัฒนพงษ์’ลุยลงทุนอีอีซี – นายสุพัฒนพงษ์ พันธมีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรือ กบอ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานในอีอีซี โดยปีงบประมาณ 2564 ตั้งเป้าหมายให้เกิดการลงทุนในอีอีซีไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ใช้งบบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพประมาณ 2 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 20% ของงบประมาณรัฐ ที่เหลือเป็นเงินลงทุนจากเอกชน คาดว่าปี 2565 จะเกิดการลงทุนในพื้นที่มากขึ้น

“ภายในปีนี้โครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีต้องจบ ได้ผู้ดำเนินโครงการทั้งหมด ซึ่งเหลือท่าเรือแหลมฉบัง ที่อยู่ระหว่างพิจารณาต้องจบเช่นเดียวกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 สนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน เพื่อให้ปี 2564 ไทยสามารถเดินหน้าการลงทุนอย่างเต็มที่ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หลังจากพึ่งพาการท่องเที่ยวที่มีมูลค่า 2 ล้านล้านบาท แต่กลับต้องมาหยุดชะงักลงจากผลกระทบของโควิด-19”

โดยทาง สกพอ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 18 กระทรวง 103 หน่วยงาน ขับเคลื่อน 5 แนวทาง ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค ส่งเสริมการท่องเที่ยว พัฒนาบุคลากรการศึกษา งานวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนรองรับการขยายตัวของเมือง และการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะกระตุ้นการจ้างงานสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน

นอกจากนี้ สกพอ. ยังร่วมกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมรองรับ 5G ในอีอีซีเต็มรูปแบบ ซึ่งพร้อมเริ่มก่อสร้างได้ทันที คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 3 เดือน เพื่อดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกเข้ามาร่วมลงทุนในพื้นที่นำร่องได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และอ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยเตรียมบุคลากรด้านดิจิตอลรองรับ 100,000 คน เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิตอลสู่ระดับชุมชน สร้างงาน สร้างโอกาส สร้างรายได้ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อีอีซี

ขณะเดียวกัน กบอ.ยังได้รับรายงานแผนพัฒนาการเกษตรในพื้นที่อีอีซี โดยการใช้เทคโนโลยีแปรรูป กำหนดสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพและโอกาสสูง สร้างรายได้ ยกระดับตลาดเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เน้น 5 คลัสตอร์สำคัญ ได้แก่ ผลไม้ ประมงเพาะเลี้ยง พืชชีวภาพ สมุนไพร ปศุสัตว์ พร้อมจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออกพัฒนาความรู้ด้านอีคอมเมิร์ซให้กับเกษตรกร พัฒนาเวชสำอางจากผลิตผลการเกษตร และพัฒนาการปลูกผักอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน