กระทรวงการคลังสั่งรัฐวิสาหกิจเฉือนเนื้อโปะถังแตก หลังประเมินรีดภาษีได้แค่ 2 ล้านล้านบาท แต่ไม่อยากกู้เพิ่มอีกกว่า 6 แสนล้านบาท

คลังสั่งรัฐวิสาหกิจเฉือนเนื้อ – นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวปาฐกถา หัวข้อ “เศรษฐกิจหลังโควิด-19 : จุดยืนของไทยในเวทีโลก” ในงาน SHARING OUR COMMON FUTURE ร่วมแรง เปลี่ยนแปลง แบ่งปัน ว่า เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้จะปรับตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ โดยยืนยันว่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ประเทศไทยได้ไม่เป็นคนป่วย เพียงแค่เดินพลาดแล้วลื่นเท่านั้น ต่างจากวิกฤตเมื่อปี 2540 ดังนั้นในครั้งนี้ประเทศไทยจะลุกขึ้นได้เร็ว

ทั้งนี้ งบประมาณที่จะใช้ในมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูต่างๆ จะมาจากทั้งงบประมาณปกติ และจากการกู้เงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ตรงนี้เป็นหลักประกันว่ารัฐบาลยังมีขีดความสามารถในการดูแลเศรษฐกิจของประเทศ โดยในส่วน 1 ล้านล้านบาทนั้น มี 4 แสนล้านบาท ที่จะใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม

อย่างไรก็ดี ปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลจะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีประมาณ 2 ล้านล้านบาท ยังขาดอีกประมาณ 6 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลก็ต้องกู้เงินมาเพิ่ม ส่วนจะกู้มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะมีรายได้จากแหล่งอื่นอีกหรือไม่ เพราะตามหลักการแล้วรายได้รัฐไม่ได้มาจากภาษีเท่านั้น แต่ยังมาจากเงินกู้ และจากรัฐวิสาหกิจด้วย

“ในปีนี้รัฐบาลก็ขอให้รัฐวิสาหกิจส่งเงินเพิ่ม หลายแห่งอาจจะต้องควักเนื้อ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่มีกำไร หรือเงินจากกองทุนต่างๆ เงินจากทุนหมุนเวียน รัฐบาลก็จะมีเงินเหล่านี้เข้ามาช่วยปิดหีบ ดังนั้นเป็นไปได้ว่าปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลอาจไม่ต้องกู้เงินถึง 6 แสนล้านบาท อาจจะแค่ 2-3 แสนล้านบาทเท่านั้น” นายอาคม กล่าว

ทั้งนี้ ยืนยันว่า แหล่งเงินที่จะใช้ในการดูแลเศรษฐกิจในปีนี้ของรัฐบาลไม่มีปัญหา ฐานะการคลังยังแข็งแกร่ง แต่ปีหน้าอาจจะลำบาก เพราะผู้เสียภาษีจะเจอปัญหาจากผลประกอบการปีนี้ที่ถูกกระทบจากโควิด-19 ซึ่งจะต้องเสียภาษีปีหน้า กระทรวงการคลังได้เตรียมการไว้แล้วว่าปีหน้าจะมีวิธีการหาเงินอย่างไร

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กล่าวว่า หากถึงสิ้นปีไม่มีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากนี้ โดยเฉพาะไม่มีการระบาดรอบ 2 เศรษฐกิจของไทยก็คงค่อยๆ ขยับตัวดีขึ้น แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังความไม่แน่นอนยังสูงมาก เพราะแม้จะมีข่าวดีเรื่องการผลิตวัคซีน แต่คงยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ จึงทำให้ยังจำเป็นต้องดูแลภาคการท่องเที่ยวให้สามารถอยู่ต่อไปได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน