ผู้ส่งออกมึน! ข้อมูลพื้นที่-ผลผลิตข้าวไม่ตรงกัน แถมค่าเงินโป๊กแข่งขันยากมากในตลาดโลก

22 พ.ย. 2563 - 19:15 น.

ผู้ส่งออกมึน! ข้อมูลพื้นที่-ผลผลิตข้าวไม่ตรงกัน แถมค่าเงินโป๊กแข่งขันได้ยากมากในตลาดโลก รอความหวังคำสั่งซื้อคุ้มค่าส่งออก

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ผู้ส่งออกข้าวมึนข้อมูลไม่ตรงกัน – นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า จากข้อมูลพื้นที่ปลูกข้าวของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่าในปีนี้มีพื้นที่เพาะปลูก 37,826,580 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.1% สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) : GISTDA ระบุว่ามี 39,005,810 ไร่ เพิ่มขึ้น 3.9% จากปีก่อน เกษตรกรจังหวัด ระบุว่ามี 38,391,169 ไร่ เพิ่มขึ้น 0.2% จากปีก่อน

ขณะที่พื้นที่เก็บเกี่ยว สศก. ระบุ 34,782,418 ไร่เพิ่มขึ้น 8.6% จากปีก่อน เกษตรจังหวัดระบุ 37,651,441 ไร่เพิ่มขึ้น 14.9% จากปีก่อน ส่วนผลผลิตข้าวหอม สศก. ระบุ 7,629,998 ตัน เพิ่มขึ้น 10.5% จากปีก่อน เกษตรจังหวัดระบุ 8,955,504 ตัน เพิ่มขึ้น 10.5% จากปีก่อน ผลต่างของปริมาณของ 2 หน่วยงาน 1,325,506 ตัน เพิ่มขึ้น 10.8% จากปีก่อน

ส่วนผลผลิตข้าวเหนียว สศก. ระบุว่ามี 4,347,586 ตัน เพิ่มขึ้น 6.9% จากปีก่อน เกษตรจังหวัดระบุว่ามี 5,122,444 ตัน เพิ่มขึ้น 12.7% จากปีก่อน ผลต่างของปริมาณ2 หน่วยงาน 774,858 ตัน เพิ่มขึ้น 61.5% จากปีก่อน

นายเจริญ กล่าวว่า เห็นได้ว่าตัวเลขจากแหล่งต่างๆ นั้นมีความคลาดเคลื่อนกันค่อนข้างมาก ทำให้ยากต่อการคาดการณ์ตลาดและทำราคาได้ยาก บวกกับค่าเงินบาทที่แข็งกว่าคู่แข่งก็ทำให้ข้าวไทยแข่งขันได้ยากมากในตลาดโลก โดยสมาคมคาดการณ์การส่งออกข้าวปี 2564 มีแนวโน้มส่งออกข้าวสูงกว่าปี 2563 ซึ่งประเมินว่าการส่งออกจะอยู่ที่ 6 ล้านตัน ซึ่งคาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายการส่งออกทั้งปี 6.5 ล้านตัน ซึ่งได้ปรับเป้าหมายทั้งปีจากเดิม 7 ล้านตัน มีปัจจัยที่จะสนับสนุนให้การส่งออกปี 2564 ขยายตัวมาจากแนวโน้มราคาข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว ข้าวเหนียวลดลง ซึ่งคาดว่าผู้นำเข้าข้าวจะหันมาซื้อข้าวไทยมากขึ้นแต่ค่าเงินบาทที่แข็งค่ายังจะเป็นปัจจัยเสี่ยงของการส่งออกข้าวไทย


“หลายประเทศในช่วงนี้มีความต้องการนำเข้าข้าวก็จริง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่ห่างไกลจากไทย ทำให้ไม่คุ้มต่อการส่งออกไปเพราะไม่คุ้มค่าเฟด ขณะที่ข้าวไทยยังราคาสูงกว่าข้าวของคู่แข่ง ดังนั้นผู้ส่งออกก็มีความหวังว่าประเทศใกล้ๆ จะเปิดให้นำเข้าข้าวซึ่งจะทำให้ผู้ส่งออกไทยได้ประโยชน์มากกว่า” นายเจริญ กล่าว

แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ประเทศอินโดนีเซียได้ส่งสัญญาณว่าจะนำเข้าข้าวปริมาณ 1.5 ล้านตัน โดยน่าจะเป็นข้าวขาว 5% และข้าวขาว 15% ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าจะนำเข้าข้าวครั้งแรกในรอบ 3 ปี

ส่วนรูปแบบอาจจะเป็นต้องรอดูรายละเอียดอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีของไทยหากมีการเปิดนำเข้าข้าวจริง เพราะทำให้ผู้ส่งออกข้าวมีโอกาสทำตลาดในส่วนนี้ เนื่องจากขณะนี้ราคาข้าวไทยถูกว่าข้าวของเวียดนามมาก เพราะเวียดนามจะออกข้าวฤดูกาลใหม่ในช่วงเดือนมี.ค. ปีหน้า โดยข้าวขาว 5% ของไทยราคา ณ วันที่ 11 พ.ย. 2563 อยู่ที่ 485 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในขณะที่ข้าวเวียดนามอยู่ที่ 500 เหรียญสหรัฐ ปากีสถาน อยู่ที่ 383 เหรียญสหรัฐ และอินเดีย ราคาอยู่ที่ 350 เหรียญสหรัฐ

ส่วนแนวโน้มของปี 2564 คาดว่าจะมีปริมาณสูงขึ้นจากปีนี้ เนื่องจากราคาส่งออกข้าวไทยอ่อนตัวลงกว่าคู่แข่ง ซึ่งคาดว่าผู้นำเข้าหันมาซื้อไทยมากขึ้น โดยเฉพาะราคาส่งออกข้าวหอมมะลิจากตันละ 1,000 เหรียญสหรัฐ เหลือ 800 เหรียญสหรัฐ, ราคาข้าวขาว จากตันละ 500 เหรียญสหรัฐ เหลือ 495 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างเวียดนามราคาห่างกันตันละ 10 เหรียญสหรัฐ เชื่อว่าโอกาสการส่งออกข้าวน่าจะมีสูงขึ้น

ด้านนายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมยังไม่ได้รับรายงานว่าทางอินโดนีเซียจะเปิดนำเข้าข้าว แต่ทั้งนี้ ไทยพร้อมที่จะเข้าร่วมหากมีการเปิดประมูลจริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ผู้ส่งออกมึน! ข้อมูลพื้นที่-ผลผลิตข้าวไม่ตรงกัน แถมค่าเงินโป๊กแข่งขันยากมากในตลาดโลก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง