รมว.คลังบอกอย่าห่วง ปีงบประมาณ 2564 ก่อหนี้ได้ 9.8 แสนล้าน ดันเศรษฐกิจโต 4% – คาดปีนี้จีดีพีติดลบ 6%
คลังบอกก่อหนี้ได้9.8แสนล. – นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยเริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในปี 2563 จะต้องยอมรับว่าสุดท้ายแล้วเศรษฐกิจจะโตติดลบประมาณ 6% โดยหลังจากนี้นโยบายการเงินและนโยบายการคลังต้องเข้าไปช่วยกัน ซึ่งหลายประเทศก็ใช้หลักการนี้
ในส่วนของไทยอาจจะทำได้เร็วกว่าประเทศอื่นๆ เพราะไทยมีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งบางส่วนนำมาใช้ในโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างโครงการคนละครึ่ง โครงการช้อปดีมีคืน และโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เป็นต้น
ขณะที่ปี 2564 คาดว่าเศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตเป็นบวกที่ระดับ 4% แม้จะเป็นการเติบโตที่ยังไม่เต็มศักยภาพ แต่ก็อยากให้มองภาพเศรษฐกิจไทยในเชิงบวกไว้ก่อน โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวในระดับปกติก่อนมีการระบาดของโควิด-19 ได้ ภายในปี 2565
“ปีนี้ไทยอาจจะลำบากหน่อย เพราะปัญหาโควิด-19 แต่ยืนยันว่าประเทศไทยไม่มีปัญหาเรื่องเสถียรภาพด้านการเงินและการคลัง เพราะมีทุนสำรองในระดับสูง”
นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2564 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังแล้ว รัฐบาลยังมีความสามารถในการก่อหนี้ได้อีก 30% หรือคิดเป็น 9.8 แสนล้านบาท ในส่วนนี้ร่วมถึงงบประมาณขาดดุลประมาณ 6 แสนกว่าล้านบาทแล้ว
โดยวงเงินในส่วนนี้รัฐบาลสามารถใช้ในโครงการเพื่อดูแลเศรษฐกิจด้านต่างๆ ได้ เช่น โครงการประกันรายได้เกษตรกร เป็นต้น และยังมีวงเงินที่สามารถใช้ได้อีก 4 แสนล้านบาท จากงบการฟื้นฟูเศรษฐกิจ จากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท ทำให้รัฐบาลยังมีช่องที่จะใช้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้
สำหรับมาตรการด้านการเงินในปัจจุบันอาจจะต้องเน้นการดูแลในระยะสั้นมากขึ้น เพราะเงินทุนที่ไหลเข้ามาจะมีผลกระทบกับค่าเงินบาท ซึ่งตรงนี้เป็นเครื่องสะท้อนได้ถึงความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่ยังมองว่าเศรษฐกิจไทยยังไปได้ พื้นฐานเศรษฐกิจยังดี