‘จุรินทร์’ ยันเอาผิดกรณีถุงมือยางอคส. ลั่นไม่มีละเว้นไม่ว่าจะระดับล่าง ระดับกลาง ระดับใหญ่ แค่ไหนก็ตาม
‘จุรินทร์’เอาผิดถุงมือยางอคส. – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการทำสัญญาซื้อขายถุงมือยาง ว่า มีความคืบหน้า โดยขณะนี้นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) คนใหม่ ตั้งกรรมการสอบที่เรียกว่าการสืบสวนเข้าสู่ระบบวินัยของ อคส. แล้ว และส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว ถ้าพบว่าผู้ใดเกี่ยวข้องกระทำความผิด ก็ต้องถูกดำเนินลงโทษตาม กฏหมายโดยไม่มีละเว้น ถ้าเป็นการทุจริตจริงโทษถึงจำคุกและที่สำคัญเงินที่มีการเล็ดลอดออกไปด้วยวิธีใดก็ตาม จะต้องเอาคืนมาให้ได้ เป็นภารกิจร่วมกันของทุกหน่วยงาน ขณะนี้เรื่องไปทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง) และป.ป.ช. แล้ว
“ที่สำคัญที่สุดถึง ป.ป.ช. จะเป็นกลไกใหญ่ที่สุด ในการตรวจสอบ ซึ่งใหญ่กว่าที่ อคส. จะตรวจสอบเอง เพราะสามารถสืบสวนไปได้ถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่มียกเว้น ไม่ว่าจะระดับล่าง ระดับกลาง ระดับใหญ่ แค่ไหนก็ตาม ป.ป.ช.มีอำนาจดำเนินการได้ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกังวล และที่ผมได้สั่งการไปก็คือ อคส. จะต้องดำเนินการทั้งหมดตรงไปตรงมาโดยขึงขัง ไม่มียกเว้นใครทั้งนั้น ถ้าเกี่ยวข้อง”นายจุรินทร์ กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวถึงความความคืบหน้าการดำเนินการเรียกรับผิดโครงการรับจำนำข้าว ในรัฐบาลก่อนหน้า ว่า ต้องถามความคืบหน้าจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้สั่งให้อคส.ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าวเริ่มจาก อคส. ได้มีการทำสัญญาตกลงซื้อขายถุงมือยาง โดยมีชื่อ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า ลงนามซื้อ-ขายกับบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด ปริมาณ 500 ล้านกล่อง โดยจำหน่ายกล่องละ 225 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งมีการลงนามเซ็นสัญญาซื้อขายไปเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2563 โดยไม่ผ่านการพิจารณาของบอร์ด อคส. ถือว่าผิดกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เป็นการกระทำโดยมิชอบ และมีการประเมินว่าเรื่องถุงมือยางและดูแลเรื่องหน้ากากอนามัย จะเป็นประเด็นที่นายจุรินทร์ จะถูกซักฟอกในครั้งนี้