ครม.ไฟเขียว 1 หมื่นล้าน ให้ออมสินปล่อยกู้-นำโฉนดที่ดิน-กู้ไถ่ถอนโฉนดจากการขายฝาก ต่อลมหายใจธุรกิจเอสเอ็มอี

ครม.ไฟเขียว 1 หมื่นล้าน – นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการ “มีที่ มีเงิน” ของธนาคารออมสิน วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเอสเอ็มอี (SMEs) ธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและสาขาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ที่มีที่ดินว่างเปล่า ให้วงเงินสินเชื่อต่อรายย่อยไม่เกิน 70% ของราคาประเมินที่ดินของทางราชการ

สำหรับวงเงินที่ปล่อยกู้ สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาทสำหรับบุคคลธรรมดา และสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทสำหรับนิติบุคคล ระยะเวลากู้ 3 ปี ปีแรกอัตราดอกเบี้ย 0.10% ต่อปี โดยสามารถยื่นขอสินเชื่อตั้งได้ตั้งแต่วันที่ครม. มีมติเห็นชอบ 15 ก.พ. 2564 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2564 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด พร้อมยังอนุมัติ 600 ล้านบาท เพื่อให้กับธนาคารออมสินในการดำเนินโครงการด้วย

โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเอสเอ็มอี (SMEs) สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและสาขาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ที่มีที่ดินว่างเปล่า และ/หรือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดิน ใช้ที่ดินว่างเปล่าและหรือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีเอกสิทธิ์ที่มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดินเป็นหลักประกันและไม่ต้องผ่านการตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโร

“วงเงิน 10,000 ล้านบาท ที่ครม. อนุมัติให้ธนาคารออมสินนำไปปล่อยสินเชื่อให้ธุรกิจท่องเที่ยวรายเล็กๆ ที่ขณะนี้ได้นำที่ดิน ไปจำนองไว้ นำไปขายฝากไว้ สามารถไปไถ่ถอนเพื่อนำมากู้กับธนาคารออมสิน หรือผู้ที่มีที่ดินเปล่าสามารถนำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องกิจการท่องเที่ยว ทำให้ผู้ประกอบยังสามารถรักษาธุรกิจและการจ้างงานไว้ได้”

นายอนุชา กล่าวว่า นอกจากนี้ ครม. ยังมติเห็นชอบปรับปรุงมาตรการการเงินเพื่อดูแลและเยียวยาผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ขยายระยะเวลาปลอดเงินต้นและดอกเบี้ยในโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 วงเงินสินเชื่อ 40,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุน ธนาคารละ 20,000 ล้านบาท จาก 6 เดือน เป็นรายกรณีไม่เกิน 12 เดือน ขยายระยะเวลากู้จากเดิมที่ให้กู้ไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน เป็น 3 ปี

สำหรับ การขยายหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดและอาจส่งผลต่อประวัติสินเชื่อในระบบเครดิตบูโร รวมทั้งยังอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณชดเชยเดิมตามที่คณะรัฐมนตรีได้มติไว้แล้วจึงไม่ก่อให้เกิดภาระด้านงบประมาณ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน