นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สรุปร่างประกาศหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 900 เมกะเฮิร์ตซ์ ออกมาแล้ว และจะนำไปรับฟังความคิดเห็นต่อไป โดยคาดว่าการดำเนินขั้นตอนต่างๆ จะแล้วเสร็จ และสามารถจัดการประมูลคลื่นทั้ง 2 ได้ในช่วงเดือนพ.ค. 2561 และออกใบอนุญาตให้ผู้ที่ชนะการประมูลได้ในเดือนมิ.ย. 2561
สำหรับการประมูลครั้งนี้ บนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ตซ์ ช่วงคลื่นความถี่ 890-895/935-940 มี 1 ใบอนุญาต จำนวน 5 เมกะเฮิร์ตซ์ อายุสัญญา 15 ปี ราคาเริ่มต้นประมูลที่ 37,988 ล้านบาท โดยเคาะราคา 76 ล้านบาทต่อรอบ ใช้เงินค้ำประกันจำนวน 1,900 ล้านบาท
ส่วนคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ บนคลื่นจำนวน 45 เมกะเฮิร์ตซ์ ช่วงคลื่นความถี่ 1740-1785/1835-1850 แบ่งออกเป็น 3 ชุด ใบอนุญาตละ 15 เมกะเฮิร์ตซ์ อายุสัญญา 15 ปี โดยราคาเริ่มต้นประมูลคือ 37,457 ล้านบาท เคาะราคา 75 ล้านบาทต่อรอบ เงินค้ำประกันอยู่ที่ 1,873 ล้านบาท
โดยการกำหนดการประมูลในช่วงเดือนพ.ค. ปีหน้า จะทำให้ประชาชนมีโอกาสได้ตัดสินใจว่าจะย้ายค่ายหรือไม่ ก่อนที่สัญญาสัมปทานของคลื่นดังกล่าวจะหมดลงในช่วงเดือนก.ย. 2561 ซึ่งยืนยันว่าการประมูลคลื่นครั้งนี้จะไม่เกิดการเยียวยาอย่างที่ผ่านมาแน่นอน และขอย้ำว่าสำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมเคาะราคาการประมูลนั้น หากเคยทำผิดเงื่อนไขที่กสทช. กำหนด แต่ได้ดำเนินการจ่ายค่าปรับ ไม่ติดค้าง และไม่เคยยื่นฟ้องกสทช. ก็มีโอกาสเข้าร่วมประมูลได้หากมีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไขที่กำหนด อาทิ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด หรือ แจส เป็นต้น
“ทางบริษัทแจสฯ ที่เคยเข้าร่วมประมูลแล้วเป็นผู้ชนะ แต่ไม่สามารถมาชำระเงินตามเงื่อนไขได้นั้น ถือว่าผิดเงื่อนไขการประมูล แต่ด้วยมีการจ่ายค่าปรับและจ่ายเงินค้ำประกันการประมูลเป็นที่เรียบร้อย และไม่ฟ้องร้องต่อศาล ก็มีโอกาสที่จะเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ได้ หากยังมีความต้องการใช้คลื่นดังกล่าวอยู่ และเชื่อมั่นว่าการประมูลครั้งนี้คงไม่มีใครกล้าเข้ามาประมูล เพื่อทิ้งใบอนุญาตเหมือนที่ผ่านมา เพราะหากทำผิดเงื่อนไขจะต้องถูกยึดเงินประกันดังกล่าวและต้องจ่ายค่าปรับที่มีมูลค่าสูง ซึ่งคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ์ มีค่าปรับ 5,699 ล้านบาท ส่วนคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ มีค่าปรับ 5,619 ล้านบาท และเมื่อรวมกับเงินค้ำประกันที่จะถูกยึด จะมีจำนวนสูงกว่า 7,000 ล้านบาท”