นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และในฐานะประธานคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (บอร์ดกฟผ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในโอกาสเปิดตัวธุรกิจ EGAT EV Business Solutions ว่า คาดการณ์ปี 2568 ราคารถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จะเท่ากับราคารถยนต์สันดาป และในปี 2583 จำนวนรถอีวีจะมีมากกว่ารถยนต์สันดาป ผลักดันไทยก้าวสู่การปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์เป็นศูนย์ (Carbon neutrality) ซึ่งปลายเดือนมี.ค.นี้ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เป็นประธาน มีกำหนดการประชุมเพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนที่ชัดเจนมากขึ้นอีกครั้ง
“เดิมบอร์ดอีวีได้กำหนดเป้าหมายปี 2573 ไทยจะมีการผลิตรถอีวี 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมด คิดเป็นประมาณ 750,000 คัน ซึ่งการประชุมบอร์ดอีวีครั้งนี้จะทบทวนเป้าหมายอีกครั้งว่าควรจะปรับหรือไม่/อย่างไร ซึ่งกรณีที่เอกชนเสนอเป้าหมายผลิตรถอีวี 50% อาจมีความเป็นไปได้ เพราะขณะนี้ความต้องการรถอีวีเริ่มมาเร็ว”
อย่างไรก็ตาม เมื่อ 10 มี.ค. 2564 คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ได้อนุมัติให้ กฟผ. จัดตั้งบริษัท Egat Innovation Holdings โดย กฟผ. ถือหุ้น 40%, บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 30% และ บมจ.ผลิตไฟฟ้ ถือหุ้น 30% เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอีวี แบตเตอรี่ เทคโนโลยี 5G เทรดดิ้งไฟฟ้า ซึ่งพร้อมเปิดให้พันธมิตรต่างๆ เข้ามาร่วมดำเนินการ
นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่า กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. เปิดตัวธุรกิจใหม่ “EGAT EV Business Solutions” ประกอบด้วย 4 ผลิตภัณฑ์และบริการ ได้แก่ 1. สถานีอัดประจุไฟฟ้า “EleX by EGAT” ที่ชาร์จไฟได้รวดเร็วดำเนินการแล้วเสร็จแล้ว 13 สถานี ตั้งเป้าหมายติดตั้งเพิ่มเป็น 48 สถานี ภายในสิ้นปี 2564 เน้นขยายสถานีไปตามเส้นทางการเดินทางหลักทั่วประเทศ
2. Mobile Application Platform “EleXA” เป็นแอพลิเคชั่นช่วยผู้ใช้รถอีวี ตั้งแต่การค้นหา จอง ชาร์จ และจ่ายเงิน ซึ่ง กฟผ. พัฒนาให้เชื่อมโยงทั้งลูกค้า ร้านค้า ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการต่างๆ ที่อยู่ใกล้สถานีของ กฟผ. คาดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ทันทีในไตรมาส 2/2564
โดย กฟผ. ได้ลงนามความร่วมมือ EV Charging Station & Platform co creation for Electric Vehicles Project ร่วมกับพันธมิตร 6 บริษัทรถยนต์ชั้นนำ ได้แก่ Audi, BMW, Mercedes-Benz, MG, Nissan และ Porsche เพื่อร่วมมือกันด้านสถานีอัดประจุไฟฟ้า Application เชื่อมโยงข้อมูล และการส่งเสริมการขาย
3. ตู้อัดประจุไฟฟ้า “EGAT Wallbox และ EGAT DC Quick Charger” รองรับผู้ใช้งานรถอีวี โดย กฟผ. ได้รับสิทธิ์ในการจำหน่ายเพียงรายเดียวในไทย ปัจจุบัน กฟผ. ได้พัฒนาตู้อัดประจุไฟฟ้า EGAT DC Quick Charger ขนาด 120 kW ช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้าได้ คาดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 3/2564
4. ระบบบริหารจัดการเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า “BackEN หรือ Backend EGAT Network Operator Platform” ที่จะเชื่อมโยงระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดเข้าด้วยกัน พร้อมให้บริการประชาชนทุกคนภายในปีนี้ตลอด 24 ชั่วโมง
นายวฤต รัตนชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ กฟผ. กล่าวว่า เบื้องต้น กฟผ. ร่วมกับเอกชนกำหนดอัตราค่าบริการชาร์จไฟรถอีวีเฉลี่ยอยู่ที่ 7 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็น 1.30 บาทต่อกิโลเมตร (ก.ม.) ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดจัดโปรโมชั่นให้ราคาค่าบริการชาร์จไฟไม่เกิน 1 บาทต่อก.ม. ช่วงเดือนเม.ย.นี้