ปี’68 ไทยขึ้นแท่นผู้ผลิตทุเรียนเบอร์ 1 ของโลก แตะ 2 ล้านตัน จับตาจีนนำเริ่มนำเข้าจากประเทศอื่น – ปลูกพัฒนาสายพันธุ์เอง
ปี’68 ไทยผลิตทุเรียนที่1โลก – นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และที่ปรึกษาสถาบันทุเรียนไทย กล่าวถึงผลการวิเคราะห์ “อนาคตทุเรียนไทย : ความเสี่ยงหรือโอกาส” ว่า ทุเรียนไทยยังมีโอกาสในการส่งออกไป เช่น การส่งออกไปยังมณฑลชั้นในของจีน สร้างมูลค่าเพิ่มจากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น การทำตลาดทุเรียนเฉพาะถิ่น และทุเรียนอัตลักษณ์ท้องถิ่น จะได้รับความนิยมมากขึ้น ควรพัฒนาคุณภาพ ตาม GMP และ GAP และหาตลาดส่งออกใหม่ๆ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง และอินเดีย
ขณะที่ปัจจัยลบที่กระทบต่อทุเรียนไทย คือการที่จีนอนุญาตให้นำเข้าจากประเทศอื่น ไทยขาดระบบตรวจสอบย้อนกลับ ทุเรียนอ่อนไม่ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ และไม่มีเครื่องมือในการตรวจ ทางการของจีนตรวจเข้มมากขึ้น รวมทั้งจีนมีการปลูกทุเรียน และพัฒนาสายพันธุ์เอง และการที่ประเทศไทยเน้นส่งออกทุเรียนสด ทำให้ขาดแพ็กเกจจิ้งในการยืดอายุทุเรียนสด มีการสวมสิทธิ์ทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้าน และตลาดถูกควบคุมโดยล้ง
นายอัทธ์ ยังกล่าวอีกว่า ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2554-2563) พบว่ามีการขยายพื้นที่การปลูกอย่างมากและให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยพบว่าพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น 30.9% หรือ 186,000 ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเนื้อที่เพาะปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นมากกว่าทุกภาคในประเทศไทย โดยในปี 2563 เนื้อที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น 5 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2554 เนื่องจากปลูกทุเรียนแทนพืชอื่น เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ส่วนผลผลิตโดยรวมขยายตัว 117.6% หรือ 1,108,700 ตัน ขณะที่ราคาทุเรียนหมอนทองพบว่าในช่วงปี 2554-2558 ราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.6 บาท/ก.ก. ปี 2559-2563 ราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 11.0 บาท/ก.ก. ปี 2557 ราคาลดลงจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการขยายพื้นที่ปลูก และยังพบว่าในปี 2554-2559 ผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6,000 ตัน/ปี ส่วนปี 2560-2563 ผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 140,000 ตัน/ปี หรือเพิ่มขึ้นกว่า 20 เท่าจากปี 2554-2559
ด้านการผลิตในอาเซียนช่วง 10 ปี (2554-2563) อินโดนีเซียครองแชมป์การผลิตทุเรียนมากที่สุดของโลก ตามด้วย ไทย มาเลเชีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ แต่ทุเรียนอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ส่งออกน้อย เพราะมีข้อจำกัดด้านคุณภาพและมาตรฐานการส่งออก ซึ่งคาดว่าใน 5 ปีข้างหน้าไทยแซงหน้าอินโดนีเซีย โดยคาดว่าผลผลิตทุเรียนไทย 5 ปีข้างหน้าเพิ่ม 83% หรือ 2,028,490 ตัน ในปี 2568 บริโภคในประเทศเพิ่ม 101.7% หรือ 983,817 ตัน ส่งออกเพิ่มขึ้น 68.3% หรือ 1,044,672 ตัน โดยผลผลิตทุเรียนไทยจะมากเป็นอันดับ 1 หรือ 39.2% อินโดนีเซียเป็นอันดับ 2 หรือ 30.6% ของอาเซียน
ราคาทุเรียนไทย 5 ปีข้างหน้า (ปี 2564-2568) ราคาทุเรียนหมอนทองที่เกษตรกรขายได้ที่สวน (เฉลี่ยทั้งประเทศ) ในปี 2568 ประมาณ 144 บาท/ก.ก. ราคาทุเรียนหมอนทองที่เกษตรกรขายได้ที่สวน เฉลี่ยในปี 2564-2568 ประมาณ 126 บาท/ก.ก. หากจีนนำเข้าทุเรียนไทยน้อยกว่า 10% ราคาขายส่งทุเรียนหมอนทองไทย ณ ตลาดเจียงหนาน ปี 2568 ประมาณ 177 บาท/ก.ก. ซึ่งเฉลี่ยราคาในปี 2564-2568 ประมาณ 174 บาท/ก.ก. หากจีนนำเข้าทุเรียนไทยเพิ่ม 10-15% ราคาขายส่งทุเรียนหมอนทองไทย ณ ตลาดเจียงหนาน ปี 2568 ประมาณ 279 บาท/ก.ก. เฉลี่ยราคาในปี 2564-2568 ประมาณ 243 บาท/ก.ก. หากจีนนำเข้าทุเรียนไทยเพิ่มมากกว่า 15% ราคาขายส่งทุเรียนหมอนทองไทย ณ ตลาดเจียงหนาน ปี 2568 ประมาณ 379 บาท/ก.ก. เฉลี่ยราคาในปี 2564-2568 ประมาณ 290 บาท/ก.ก.
ส่วนทุเรียนโลก 10 ปี (ปี 2554-2563) โลกส่งออกทุเรียนเพิ่มขึ้น 48.3% จาก 521,028 ตัน ในปี 2554 เป็น 772,860 ตัน ในปี 2563 และ 5 ปี ข้างหน้า โลกส่งออกทุเรียนเพิ่มขึ้น 134.5% เป็น 1,812,201 ตัน ไทยครองแชมป์อันดับ 1 มาโดยตลอด ซึ่งส่งออก 1,044,672 ตัน (57.65%) ในปี 2568 ตามด้วยเวียดนาม 165,465 ตัน (9.13%) และมาเลเซีย 76,379 ตัน (4.21%)
โดยจีนยังคงเป็นผู้นำเข้าทุเรียนรายใหญ่ของโลก ซึ่งนำเข้าเพิ่มขึ้น 95.1% จากปี 2563 เป็น 938,882 ตัน รองมาเป็นฮ่องกง นำเข้าเพิ่มขึ้น 61.4% เป็น 374,245 ตัน ขณะที่ประเทศผู้นำเข้ารายใหม่ที่น่าจับตามอง คือ เกาหลีใต้ และไต้หวัน แม้ว่าปริมาณนำเข้าจะยังไม่มากนัก แต่การนำเข้าขยายตัวเพิ่มขึ้นมากถึง 53.3% และ 35.7% ตามลำดับ