ส่งออกมี.ค. พุ่ง 8.47% มูลค่าแตะ 2.4 หมื่นล้านเหรียญ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลไตรมาสแรกขยายตัว 2.27%
ส่งออกมี.ค. พุ่ง 8.47% – นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึง การส่งออกของไทยเดือนมี.ค. 2564 ว่า มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 24,222.45 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวที่ 8.47% ถือว่าเป็นมูลค่าที่เกิน 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจคู่ค้าและเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2564 ว่าจะขยายตัวที่ 6.0% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 5.5% เนื่องจากได้แรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ และการเร่งแจกจ่ายวัคซีนทั่วโลก รวมทั้งคาดว่าเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยจะปรับตัวดีขึ้น เช่น สหรัฐ (+6.4%) จีน (+8.4%) ญี่ปุ่น (+3.3%) และประเทศในทวีปยุโรป (+4.4%)
นอกจากนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโลก (Global Manufacturing PMI) ปรับตัวสูงสุดในรอบ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 55.0 สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคและความต้องการนำเข้าสินค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เมื่อหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย การส่งออกขยายตัวถึง 11.97% สะท้อนการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) ขณะที่ภาพรวมไตรมาสแรกของปี 2564 การส่งออกขยายตัวที่ 2.27% มูลค่า 64,148.03 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และอาวุธ ไตรมาสแรกขยายตัวที่ 7.61%
สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญที่ขยายตัวได้ดีและเป็นตัวขับเคลื่อนการส่งออกในเดือนนี้ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ ขณะที่สินค้าเกษตรและอาหารที่ยังเติบโตในระดับสูงต่อเนื่อง ได้แก่ ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และอาหารสัตว์เลี้ยง สำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน (Work from Home) และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เตาอบไมโครเวฟ ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง เครื่องซักผ้าและส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ โทรศัพท์และอุปกรณ์ และสินค้าเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด เช่น เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ และถุงมือยาง ยังมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ด้านตลาดส่งออกสำคัญมีทิศทางทีดีขึ้นตามลำดับ โดยหลายตลาดขยายตัวในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน ออสเตรเลีย สหภาพยุโรป (15) และเอเชียใต้ นอกจากนี้ หลายตลาดส่งสัญญาณฟื้นตัว อาทิ ตลาด CLMV ตลาดรัสเซียและกลุ่มประเทศ CIS ที่กลับมาขยายตัว รวมถึงตะวันออกกลาง (15) และอาเซียน (5) ที่หดตัวน้อยลงจากเดือนก่อนมาก
ส่วนการนำเข้าเดือนมี.ค. มีมูลค่า 23,511.65 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 14.12% ดุลการค้าเกินดุล 710.80 ล้านเหรียญสหรัฐ ภาพรวมไตรมาสแรกของปี 2564 การนำเข้า มีมูลค่า 63,632.37 ขยายตัว 9.37% เกินดุล 515.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกของไทยในเดือนมี.ค. 2564 สามารถทำตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งหนึ่งถึง 750,000 ล้านบาท ขยายตัวถึง 8.47% และถ้าไม่นับน้ำมัน ทองคำและยุทธปัจจัย จะสูงถึง 12% ซึ่งสะท้อนว่าการส่งออกของไทยยังเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ แม้ในยามที่เราต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบรวมทั้งยังมีปัญหาด้านการท่องเที่ยวก็ตาม
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้นอกจากเกิดจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวแล้ว ก็ยังเกิดจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน ที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในนาม กรอ.พาณิชย์ เพราะเมื่อมีปัญหาใดขึ้น และเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกก็สามารถตั้งคณะทำงานร่วมกันขึ้นมาแก้ไขปัญหาได้ในทันที ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ปัญหาการส่งออกตามด่านชายแดน และปัญหาความไม่เข้าใจอื่นๆ ของคู่ค้า รวมทั้งการเร่งปรับรูปแบบการเจรจาการค้าซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้มีนวัตกรรมทางการตลาดรูปแบบใหม่ๆ ในยุคนิวนอร์มัลขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการเปิดการเจรจาการค้ากับคู่ค้าต่างประเทศ ในรูปแบบไฮบริด เวอร์ชวล เทรดเอ็กซ์ซิบิชั่น หรือรูปแบบการจับคู่เจรจาธุรกิจก็ตาม ทำให้เป้าหมายการส่งออกปี 2564 นี้ ที่มีการประเมินร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชนว่าจะขยายตัว +4% นั้นมีความเป็นไปได้อย่างยิ่ง