‘สุพัฒนพงษ์’ นั่งหัวโต๊ะ รุกเต็มสูบดันเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ในปี’73 – ลุยผุดสถานีชาร์จแบบเร็ว 12,000 หัวจ่าย

สุพัฒนพงษ์สั่งรุกเต็มสูบ – นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เปิดเผยในโอกาสร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ครั้งที่ 2/2564 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศเพื่อก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการนำแนวทางต่างๆ กลับไปศึกษารายละเอียดและความเป็นไปได้ของมาตรการส่งเสริมต่างๆ ทั้งแนวทางที่เป็นมาตรการด้านภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เพื่อนำเสนอในการประชุมครั้งต่อไป

เบื้องต้นกำหนดแนวทางส่งเสริม 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ระยะเร่งด่วน ปี 2564-65 นำร่องส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั่วประเทศ

ระยะที่ 2 ปี 2566-68 พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า มีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะ 225,000 คัน รถจักรยานยนต์ 360,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 18,000 คัน ภายในปี 2568 รวมถึงการผลิตแบตเตอรี่เพื่อตอบสนองการผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดแรกและถือว่าเป็นเป้าหมายการผลิตเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

ระยะที่ 3 ปี 2569-73 ขับเคลื่อนแผนและมาตรการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อให้บรรลุตามนโยบาย 30/30 ซึ่งมีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะทั้งสิ้น 725,000 คัน ประเภทรถจักรยานยนต์จะมีการผลิตทั้งสิ้น 675,000 คัน คิดเป็น 30% ของการผลิตในปี 2573 และรวมถึงการผลิตแบตเตอรี่เพื่อตอบสนองการผลิตในประเทศ

“ขณะนี้หลายประเทศเช่น จีน ญี่ปุ่น สหรัฐ และประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป กำหนดเป้าหมายและมาตรการที่ชัดเจนในการส่งเสริมรถอีวี ส่วนประเทศไทยเองตั้งเป้าหมายผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์อย่างน้อย 30% ของการผลิต ในปี 2573 (2030) ที่ตั้งเป้ามีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและการใช้ในประเทศ ซึ่งเป็นรถยนต์นั่งและรถกระบะทั้งสิ้น 725,000 คัน รถจักรยานยนต์ 675,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุกมี 34,000 คัน”

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังกำหนดเป้าหมายการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะกระจายทั่วประเทศภายในปี 2573 สำหรับรถยนต์นั่งและรถกระบะในลักษณะการชาร์จแบบเร็ว จะมีจำนวนทั้งสิ้น 12,000 หัวจ่าย และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารับจ้างและบริการรับส่งสินค้าเดลิเวอรี่ 1,450 แห่ง พร้อมกำหนดมาตรการส่งเสริมทางการเงินและภาษี กำหนดมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย พร้อมทั้งบูรณาการให้เข้ากับระบบสมาร์ตกริด ด้านการผลิตแบตเตอรี่ได้พิจารณาจากแผนการผลิตของภาคเอกชนแล้ว

ขณะเดียวกัน ยังเห็นชอบกรอบแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่เน้นให้ประเทศเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน ส่วนการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้านั้น มีแนวทางการสนับสนุนการลงทุน พร้อมทั้งหาแนวทางการลดขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาการขออนุญาตติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า เป็นต้น

ด้านมาตรการส่งเสริมแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า ได้เห็นชอบกรอบแนวทางการสนับสนุนด้านการเงินให้กับผู้ผลิต การอำนวยความสะดวกในการนำเข้าวัตถุดิบ พร้อมทั้งสนับสนุนการทดสอบมาตรฐานกับหน่วยตรวจหรือศูนย์ทดสอบภายในประเทศ และจะมีการออกกฎระเบียบแนวทางนโยบายมาตรการด้านแบตเตอรี่ที่ใช้แล้วด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน