กระทรวงพาณิชย์สั่งกรมการค้าภายในคุมราคาปุ๋ยต่อ-ขู่กักตุนขายแพงเกินเจอโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี

จุรินทร์สั่งคุมราคาปุ๋ยต่อ – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีเกษตรกรเรียกร้องให้ภาครัฐให้การช่วยเหลือเรื่องปุ๋ยแพง ว่า เป็นผลมาจากการที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตแม่ปุ๋ยรายใหญ่ ได้มีการเก็บสต๊อกปุ๋ย เพื่อไว้ใช้การทำการเกษตรในประเทศ รวมถึงประเทศอินเดีย มีการประมูลนำเข้าปุ๋ยเป็นจำนวนมาก จึงส่งผลกระทบทำให้ราคาปุ๋ยในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อต้นทุนการทำการเกษตรของเกษตรกรอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ จากราคาปุ๋ยที่แพงขึ้นกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้กรมการค้าภายใน เจรจากับผู้นำเข้าปุ๋ย ไม่ให้ปรับขึ้นราคาปุ๋ยสูงไปกว่าราคาที่กำหนดไว้ในปัจจุบัน และกำหนดมาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยให้กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สามารถซื้อปุ๋ยและ แม่ปุ๋ย ได้ในราคาพิเศษจากผู้ค้ารายใหญ่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระให้แก่เกษตรกร ส่วนร้านค้าที่จำหน่ายปุ๋ยในราคาเกินควร ก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับมาตรการที่กรมการค้าภายในได้ดำเนินการไปแล้ว คือ การตรวจสอบปัจจัยการผลิตก่อนที่เกษตรกรจะเริ่มฤดูการผลิต และพบว่าราคาปุ๋ยในตลาดมีการปรับราคาสูงขึ้นจากในช่วงเดือนม.ค. 2564 โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) ที่มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างมาก จึงตรวจสอบถึงสาเหตุของการปรับราคาขึ้น พบว่า สาเหตุสำคัญมาจากกรณีวัตถุดิบแม่ปุ๋ยยูเรีย แม่ปุ๋ยฟอสเฟต และแม่ปุ๋ยโพแทสเซียม ที่ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศมีการปรับสูงขึ้น เนื่องจากประเทศอินเดีย มีการเปิดประมูลซื้อแม่ปุ๋ยล็อตใหญ่ และประเทศจีนซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าหลักของประเทศไทยได้ชะลอการส่งออกแม่ปุ๋ยเพื่อเตรียมสำหรับการเพาะปลูกในรอบใหม่

ประกอบกับค่าระวางเรือขนส่งมีการปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ ปัจจัยที่สำคัญหนึ่ง ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบที่มีการปรับตัวสูงขึ้นจากเดิม ในปี 2563 ที่ 42.21 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็น 64.55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาวัตถุดิบแม่ปุ๋ยยูเรีย แม่ปุ๋ยฟอสเฟต และแม่ปุ๋ยโพแทสเซียม ปรับราคาสูงขึ้นจากเดิมในปี 2563 ที่ 262.17, 321.00 และ 255.67 เหรียญสหรัฐ/ตัน ปรับขึ้นเป็นราคาในเดือนมี.ค. 2564 ที่ 384, 557 และ 288 เหรียญสหรัฐ/ตัน ตามลำดับ

ซึ่งกรมประชุมร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณืการเกษตร (ธ.ก.ส.) มีแนวทางดำเนินการ ดังนี้ 1. ขอความร่วมมือให้ผู้จำหน่ายปุ๋ยตรึงราคาออกไประยะหนึ่ง 2. เข้มงวดการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายและตรวจสอบสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิด 3. สนับสนุนให้เกษตรกรซื้อปุ๋ยเงินสดแทนการซื้อเชื่อที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งมั่นใจว่าจะทำให้ราคาปุ๋ยที่ซื้อสดถูกกว่าราคาที่จะซื้อเงินเชื่อ

4. จัดหาปุ๋ยราคาถูกให้เกษตรกรรายย่อย โดยให้กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ หรือผู้ประกอบการที่มีศักยภาพผลิตปุ๋ยผสมในรูปปุ๋ยอินทรีย์ผสมกับปุ๋ยเคมี โดยรัฐให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น ค่าบริหารจัดการ ค่าขนส่ง ค่าบรรจุ เป็นต้น ซึ่งจะมีการหารือในรายละเอียดและความพร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปนำเสนอกระทรวงพาณิชย์เพื่อพิจารณานำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ หากมาตรการดังกล่าวไม่สามารถตรึงราคาได้ ก็จะเพิ่มความเข้มข้นมาตรการกฎหมาย โดยทบทวนโครงสร้างต้นทุน และให้ผู้ประกอบการแจ้งราคาจำหน่าย เพื่อนำไปเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของกรมการค้าภายในและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากพบว่ามีการกักตุนหรือจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควร จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายจะมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 10,000 บาท สามารถแจ้งหรือร้องเรียนสายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน