ชาวบ้านช้ำหนัก! น้ำมัน-อาหารแพงดันเงินเฟ้อมิ.ย. สูงต่อเนื่องเดือนที่ 3 จับตาพิษโควิด รัฐอาจขยายลดค่าครองชีพไฟฟ้า-ประปา

ชาวบ้านช้ำหนักน้ำมันแพง – นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรือเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิ.ย. 2564 เท่ากับ 99.93 เทียบกับเดือนพ.ค.2564 เพิ่มขึ้น 0.38% เทียบกับมิ.ย. 2563 เพิ่มขึ้น 1.25% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แต่เพิ่มในอัตราที่ชะลอตัวลง ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 6 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-มิ.ย.) เพิ่มขึ้น 0.89%

ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออก พบว่า ดัชนีอยู่ที่ 100.47 เพิ่มขึ้น 0.02% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค. 2564 และเพิ่มขึ้น 0.52% เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย. 2563 และเฉลี่ย 6 เดือนเพิ่มขึ้น 0.27%

โดยเงินเฟ้อที่ขยายตัวในเดือนนี้เป็นผลจากการสูงขึ้นของสินค้าในกลุ่มพลังงานที่ขยายตัว 8.95% และการสูงขึ้นของอาหารสดบางประเภท โดยเฉพาะ เนื้อสุกร ไข่ไก่ ผลไม้สด และน้ำมันพืช ขณะที่มาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ โดยเฉพาะการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปา และการลดลงของอาหารสดบางประเภท โดยเฉพาะข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว และผักสด เป็นปัจจัยบั่นทอนที่ส่งผลให้เงินเฟ้อในเดือนนี้ชะลอตัว

นายวิชานัน กล่าวอีกว่า การขยายตัวของเงินเฟ้อในเดือนนี้ นอกจากปัจจัยด้านพลังงานและอาหารสดบางชนิดแล้ว ยังมีสัญญาณที่ชี้ว่าความต้องการสินค้าหลายชนิดเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกและนำเข้า เช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่รายได้เกษตรกรก็ยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องตามราคาสินค้าเกษตรสำคัญหลายชนิด

ส่วนแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ยังคงได้รับอิทธิพลจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณฟื้นตัวในหลายประเทศ ส่งผลดีต่อการส่งออกและภาคการผลิตที่ต่อเนื่องกับการส่งออก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปียังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศยังเป็นข้อจำกัดที่ชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลต่อรายได้และการบริโภคโดยรวม ประกอบกับโอกาสที่ภาครัฐจะมีการใช้หรือขยายมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐอีกครั้ง โดยเฉพาะการลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาทำให้อัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อดังกล่าว จะเคลื่อนไหวในกรอบที่จำกัดและไม่เกินกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 1.0-3.0%

ทั้งนี้ สนค. ได้ปรับสมมติฐานการประมาณการเงินเฟ้อเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์คาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปี 2564 อยู่ในกรอบ 0.7-1.7% โดยค่ากลางอยู่ที่ 1.2% โดยมีสมมุติฐานการขยายตัวเศรษฐกิจอยู่ที่ 1.5-2.5% จากเดิมอยู่ที่ 2.5-3.5% น้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมอยู่ที่ 55-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และค่าเงินบาทอยู่ที่ 30-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากเดิมอยู่ที่ 29-31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จะมีการทบทวนอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน