ภาคเอกชนเตรียมเสนอนายกฯ ต่อลมหายใจเอสเอ็มอี 4 แนวทาง หลังเผชิญพิษโควิดอาการสาหัส

เอกชนชงบิ๊กตู่อุ้มเอสเอ็มอี – นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย มีความเป็นห่วงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่กำลังเผชิญปัญหาในขณะนี้เป็นอย่างมาก โดยได้เสนอแนวทางต่อภาครัฐไปแล้วหลายอย่างโดยเฉพาะด้านการเงิน แต่ก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ ดังนั้น ทั้ง 2 หน่วยงานมีความเห็นร่วมกันในการที่จะเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาแนวทางการช่วยเหลือเอสเอ็มอีเพิ่มเติม 4 แนวทาง

1. ให้พิจารณาเพิ่มสัดส่วนการค้ำประกันความเสียหายผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพิ่มขึ้นเป็น 60% เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาในช่วงนี้ได้มากขึ้น

2. พิจารณาให้ผู้ประกอบการที่เป็นลูกหนี้สถาบันการเงินที่เข้าเกณฑ์สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่เกิดขึ้นในช่วงโควิดจนถึง 3 ปี นับจากสิ้นสุดช่วงโควิด-19 ไม่มีประวัติข้อมูลที่บ่งบอกถึงประวัติการชำระหนี้หรือสินเชื่อในบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิต บูโร)

3. ขอให้พิจารณาผ่อนคลายเงื่อนไขการปล่อยกู้ตามประกาศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เขียนไว้ว่า “ให้สภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการที่ยังพอมีศักยภาพ” โดยให้เป็นดุลยพินิจของสถาบันการเงิน ซึ่งการเข้มงวดกับคำว่าศักยภาพที่ยึดโยงกับรายได้ในอนาคตที่ไม่แน่นอนจากสถานการณ์วิกฤตไม่ปกติจะเป็นอุปสรรคลำดับแรก ที่สถาบันการเงินจะยังไม่พิจารณาปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นเอ็นพีแอลจากผลกระทบของโควิด-19

4. ให้ความช่วยเหลือในเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนด้านสาธารณสุข โดยการจัดหาชุดตรวจทดสอบหาเชื้อโควิด-19 ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. ได้จัดตั้งกองทุน ส.อ.ท. ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19 เพื่อให้ความช่วยเหลือเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนด้านสาธารณสุข ทั้งการจัดหาชุดตรวจทดสอบหาเชื้อโควิด-19 ให้กับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีและประชาชน สร้างห้องความดันลบ จัดหาวัคซีนเพิ่มเติม เป็นต้น

นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย กล่าวว่า ทางสมาคมฯ ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ดำเนินแนวทางเร่งด่วนในการช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจให้สามารถประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงโควิด-19 โดยเริ่มจากขอความร่วมมือจากบริษัทจดทะเบียนที่มีศักยภาพให้ชำระค่าสินค้าและบริการล่วงหน้าบางส่วน ขยายระยะเวลาเรียกเก็บหนี้ ลดระยะเวลาชำระหนี้ และเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ลูกจ้าง/พนักงาน โดยจ่ายเงินเดือนทุก 15 วัน

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือจากบริษัทจดทะเบียนเพื่อระดมความช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในการจัดทำ Rescue Box สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่แยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) หรือผู้ป่วยโควิดที่แยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) และขอให้ภาครัฐเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มธุรกิจเพื่อประคองเศรษฐกิจของประเทศ อาทิ ภาคส่งออก ภาคก่อสร้าง และโรงงานต่างๆ ด้วย

พร้อมกันนี้ ยังได้หารือกันถึงความร่วมมืออื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ส่งเสริมเอสเอ็มอีให้จัดทำบัญชีเดียว ผ่านการเสริมรากฐานทักษะความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ และเพิ่มศักยภาพเอสเอ็มอี เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเติบโตระยะยาว ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องผ่าน LiVE Platform การช่วยเหลือแรงงานที่ตกงานจากสถานการณ์โควิด-19 และความร่วมมือในกองทุนนวัตกรรม โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันของส.อ.ท. สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และตลท. เพื่อจัดทำรายละเอียดอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในมาตรการเร่งด่วนเพื่อให้ทันกับสถานการณ์วิกฤตในปัจจุบัน แต่ในระยะยาวก็จะได้จัดทำแนวทางพัฒนาและช่วยเหลือเอสเอ็มอีด้านอื่นเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน