นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. รับทราบข้อมูลจากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ทรู) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (ดีแทค) ที่เข้ามาชี้แจงกรณีข่าวเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และกลุ่มเทเลนอร์ประกาศการพิจารณานำ ทรู และดีแทค ปรับโครงสร้างธุรกิจ และจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ ซึ่งจะมีการควบรวมกิจการระหว่างทั้งสองบริษัท เนื่องจากเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและผู้ใช้บริการ
ทรู และ ดีแทคให้ข้อมูลไปในทางเดียวกันว่า การปรับโครงสร้างธุรกิจร่วมกันในครั้งนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาและพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมในการปรับโครงสร้างธุรกิจโดยการควบรวมกิจการเข้าด้วยกัน โดยจะเริ่มต้นการดำเนินการด้วยกระบวนการ due diligence และจะปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการในแต่ละขั้นตอนต่อไป โดยจะแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการต่อสำนักงาน กสทช. ให้ทราบเป็นระยะๆ เพื่อให้สำนักงานฯนำมาประกอบการพิจารณาการกำหนดมาตรการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจต่อไป
และในระหว่างนี้ทั้งสองบริษัทยังคงมีการบริหารงานที่แยกออกจากกันตามปกติและให้บริการกับลูกค้าของแต่ละบริษัทตามปกติเช่นเดิม ทั้งนี้ สำนักงานฯ จะได้มีหนังสือแจ้งให้ทั้งสองบริษัทชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการควบรวมกิจการ รูปแบบการดำเนินการ รายละเอียดและกำหนดเวลาตามแผนการดำเนินการในการควบรวมกิจการ ตลอดจนผลกระทบและแนวทางเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งต่อผู้ใช้บริการและตลาดที่เกี่ยวข้อง อย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. ได้กำชับให้ทั้งสองบริษัทต้องรักษาสัญญาและคุณภาพการให้บริการที่ให้กับผู้ใช้บริการของตนเองให้เป็นไปเช่นเดิมในระหว่างที่กำลังดำเนินการเพื่อควบรวมกิจการ และสำนักงาน กสทช. จะมีการติดตามตรวจสอบการเจรจาการควบรวมกิจการและการให้บริการของทั้งสองบริษัทอย่างใกล้ชิด รวมทั้งจะพิจารณากำหนดมาตรการกำกับดูแลที่จำเป็นเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการและตลาดโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้องต่อไป
“ประชาชนผู้ใช้บริการของ ทรู และ ดีแทค ยังคงใช้บริการได้เหมือนเดิม สำนักงาน กสทช. จะคอยตรวจสอบคุณภาพการบริการของทั้งสองค่าย สำหรับการควบรวมกิจการของทั้งสองบริษัท สำนักงานฯ จะคอยติดตามและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน”