เซ็นแล้วสร้างรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง 6.95 หมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ได้จัดพิธีลงนามสัญญาก่อสร้างกับบริษัทผู้รับจ้างที่ชนะการประมูลจำนวน 9 ราย ใน โครางการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่1 จำนวน 5เส้นทาง 1.ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 2.ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ 3.ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ 4.ช่วงนครปฐม-หัวหิน และ 5.ช่วงหัวหิน-ประจวบฯ รวมระยะทาง 702 ก.ม. มูลลงทุนรวม 69,500 ล้านบาท โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาพร้อมด้วย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

นายสมคิด กล่าวว่า การก่อสร้างรถไฟทางคู่ทั้ง 5 เส้นจะปรับรูปแบบการเดินทางจากระบบถนนไปสู่ระบบราง ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้หารือร่วมกันว่าจากนี้ไปจะต้องเน้นพัฒนาการขนส่งทางรางต้องก่อสร้างเส้นทางหลักให้ครบ และต้องเร่งทำเส้นทางย่อยเพื่อเชื่อมทางหลักเข้าสู่หมู่บ้านและตำบล โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่น ซึ่งหากมีการขนส่งเชื่อมเข้าไปในพื้นที่ชนบทได้จะทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตและสามารถลดความเหลื่อมล้ำ แก้ไขปัญหาความยากจนในแต่ละจังหวัดได้ โดยได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม กลับไปทบทวนแผนการดำเนินการโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 9 เส้นทางที่จะดำเนินการในปี2561 ใหม่ทั้งหมด โดยให้ เพิ่ม เส้นทาง รถไฟสายย่อยจากเมืองใหญ่เข้าไปยังเมืองรองหรือเข้าไปยังตำบลหรือหมู่บ้าน

“กระทรวงคมนาคม ต้องกลับไปจัดลำดับความสำคัญการก่อสร้างรถไฟทางเฟส2ใหม่ โดยจะต้องนำเรื่องการท่องเที่ยวเป็นตัวตั้ง เน้นสร้างทางย่อยต่อเชื่อมเข้าไปในท้องถิ่นด้วย และการก่อสร้างทางคู่จะต้องสร้างให้เชื่อมโยงกับระบบขนส่งแบบอื่นด้วยทั้ง ทางถนน และอากาศ เพื่อให้การเดินทางสามารถเชื่อมต่อให้ครบ ซึ่งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และหน่วยงานด้านการบินของกระทรวงคมนาคมต้องไปหารือร่วมกันด้วย ว่าจะทำเส้นทางไหนก่อนและหลัง เส้นทางไหนที่เอกชนสารถก่อสร้างได้เองก็เปิดให้เอกชน อยากให้เอกชนกล้าลงทุน เพราะประเทศไทยกำลังจะเท็คออฟแล้วหากท่านไม่กล้าลงทุนคนอื่นจะเข้ามาลงทุนแทน ส่วนโครงการที่เอกชนไม่สนใจนั้น รัฐบาลจะรับภาระเป็นคนลงทุนเอง” รองนายกรัฐมนตรี กล่าวและว่ากำชับให้ รฟท. กลับไปบริหารจัดการทรัพย์สินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเนื่องจากมีทรัพยสินจำนวนมาก เพื่อทำให้องค์กรเข้มแข็งสามารถพัฒนาต่อยอดระบบขนส่งทางรถไฟได้ในอนาคต

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่าจะสามารถทบทวนการจัดทำแผนก่อสร้างทางคู่เฟส 2 แล้วเสร็จตามนโยบายนายสมคิด เบื้องต้นที่มีก่อสร้างค่อนข้างแน่นอนและจะสร้างนำร่องคือ ทางรถไฟที่จะเชื่อมไปยังอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่โบราณสถานกรุงสุโขทัย ,อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เป็นต้น สำหรับเส้นทางจะสร้างเป็นทางย่อยลักษณะคล้ายกับเส้นเลือดฝอยต่อจากเส้นหลักในลักษณะของรถไฟท้องถิ่นซึ่งจะพยามทำให้ได้มากที่สุด อาจจะเป็นทางคู่หรือทางเดี่ยว ในส่วนของภาคเหนือ ก็อาจจะสร้างทางย่อยเชื่อมอุดรธานี-ร้อยเอ็ด หรือร้อยเอ็ด-สุรินทร์-ศรีษะเกษ ซึ่งเป็นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดรอง ส่วนภาคเหนือก็อาจจะสร้างเพิ่มเชื่อม เชียงใหม่-ลำปาง เป็นต้น

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่ารฟท.กล่าวถึงทางคู่เฟส1 จำนวน 5 เส้นทางว่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาสที่1ปี 2561 และแล้วเสร็จตามแผนภายในปี 2565 ซึ่งจะทำให้เส้นทางรถไฟประเทศไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 595 กิโลเมตรหรือเพิ่มขึ้นประมาณ 24% จากฝั่งทางรถไฟโดยสามารถรองรับขบวนรถขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้าได้เพิ่มขึ้นเท่าตัวรวมทั้งยังเป็นการเผยโฉมการขนส่งของประเทศไทยโดยเปลี่ยนจากโหมดถนนไปสู่โหมดของระบบรางที่มีต้นทุนการขนส่งที่ถูกกว่า

บทความก่อนหน้านี้ใบสั่งไม่ต้อง! ตำรวจปรับทัศนคติวัยวุ่นขับรถไม่สวมหมวกออกกำลังกายแทน
บทความถัดไปมิตรภาพ ขอนแก่น รถแน่นหนัก! คาด แน่นจนสิ้นเทศกาลปีใหม่