นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนิติบุคคลที่นำส่งงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing ของกรมฯ เกือบครบ 100% แล้ว ทั้งนี้ งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจะช่วยให้งบการเงินมีความน่าเชื่อถือและเป็นประโยชน์กับผู้นำงบการเงินไปใช้
โดยกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลต้องจัดทำและนำส่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในระยะเวลาที่กำหนด (ยกเว้นห้างหุ้นส่วนขนาดเล็กที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท)
กรมฯ และสภาวิชาชีพบัญชี ได้เชื่อมโยงข้อมูลผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ได้แจ้งรายชื่อนิติบุคคลที่จะลงลายมือชื่อไว้กับสภาวิชาชีพบัญชีผ่านทาง Web Service เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการตรวจสอบเบื้องต้นว่า งบการเงินที่นิติบุคคลยื่นผ่านระบบ DBD e-Filing ได้รับการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ได้แจ้งไว้หรือไม่
โดยการยื่นงบการเงินนั้น กำหนดให้นิติบุคคลกรอกข้อมูลผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในแบบนำส่งงบการเงิน (แบบ ส.บช.3) พร้อมแนบรายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ลงลายมือชื่อและระบุวันที่แสดงความเห็นในงบการเงิน ประกอบการยื่นงบการเงินประจำปีด้วย
หากไม่พบข้อมูลที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแจ้งรายชื่อนิติบุคคลที่ตรวจสอบไว้กับสภาวิชาชีพบัญชี ระบบ DBD e-Filing จะแจ้งเตือนนิติบุคคลทันที และจะถือว่างบการเงินนั้นอาจไม่ได้รับการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่มีชื่อในฐานข้อมูลการรับงบการเงินที่ลงลายมือชื่อแสดงความเห็นระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 31 ก.ค. 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 440,466 ราย และไม่พบข้อมูลการแจ้งรายชื่อนิติบุคคลที่จะลงลายมือชื่อจำนวนทั้งสิ้น 10,048 ราย ซึ่งกลุ่มนี้จะติดตามต่อไป
ด้านนายวรวิทย์ เจนธนากุล นายกสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า สภาวิชาชีพบัญชีได้รับข้อร้องเรียนจากสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่เดือดร้อนถูกปลอมแปลงการลงลายมือชื่อ ดังนั้น ในฐานะนายกสภาวิชาชีพบัญชีจึงใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือสมาชิกและป้องกันการปลอมแปลงการลงลายมือชื่อ เนื่องจากการปลอมแปลงการลงลายมือชื่อเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และผิดจรรยาบรรณ
สภาวิชาชีพบัญชีได้นำข้อมูลและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยสภาวิชาชีพบัญชีอยู่ระหว่างพัฒนาระบบงานให้สมาชิกเข้ามาตรวจสอบข้อมูลการยื่นการลงลายมือชื่องบการเงินที่ไม่ตรงกับงบการเงินที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1 ปี 2565 เพื่อให้ผู้สอบบัญชีได้เข้ามาตรวจสอบผ่านระบบ ซึ่งหากพบข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงจะได้แก้ไข ติดตามได้อย่างรวดเร็ว และหากพบเหตุการณ์ปลอมแปลงลายมือชื่อ ผู้เสียหายสามารถเริ่มดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ประพฤติมิชอบได้ทันที
นายวรวิทย์ กล่าวอีกว่า การแอบอ้างใช้ชื่อผู้สอบบัญชี หรือการปลอมลายมือชื่อเพื่อลงนามในรายงานของผู้สอบบัญชีมีความผิดทางกฎหมาย ทั้ง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสภาวิชาชีพบัญชี จะนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดระยะเวลาในการตรวจสอบข้อมูลและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อวิชาชีพบัญชีและต่อธุรกิจ
ดังนั้น จึงขอความร่วมมือภาคธุรกิจตรวจสอบข้อมูลที่กรอกในแบบ ส.บช.3 ข้อมูลงบการเงิน หมายเหตุประกอบงบการเงิน และรายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่แนบด้วยทุกครั้ง และภายหลังจากยื่นงบการเงินแล้ว นิติบุคคลสามารถตรวจสอบผลการยื่นผ่านเมนู ‘ประวัติการนำส่งและ พิมพ์แบบ/เอกสาร’ โดยสามารถเรียกดูเอกสารที่ยื่น ตลอดจนพิมพ์แบบนำส่งไว้เป็นหลักฐาน”นายกสภาฯ กล่าว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองกำกับบัญชีธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทรศัพท์ 0-2547-4407 กองข้อมูลธุรกิจ (DBD e-Filing) โทรศัพท์ 0-2547-4385, 0-2547-4390-1 และ สภาวิชาชีพบัญชี โทรศัพท์ 0-2685-2500 ต่อ 2553, 2563 และ 2598