ผู้ว่ากยท. ชี้ราคายางพารายังขาขึ้นความต้องการสูงถึงปีหน้า ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 เกือบ 4 ล้านตัน – ปรับรูปแบบขายออนไลน์
ผู้ว่ากยท.ชี้ราคายางยังขึ้นต่อ – นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวในวงเสวนา หัวข้อ “โครงการประกันรายได้สินค้า 5 สินค้าเกษตร” ในงานสัมมนา” ประกันรายได้สินค้าเกษตร 5 สินค้า” โดยกระทรวงพาณิชย์ ในรูปแบบไลฟ์สตรีมมิ่งผ่านเฟซบุ๊ก เครือมติชน ไลน์ออฟฟิเชียลมติชน และยูทูบมติชนทีวี ที่อาคารสํานักงาน บริษัท มติชน จํากัด (มหาชน) ว่า ปัจจัยที่ราคายางพารา ปรับตัวไปในทิศทางที่ดี ส่วนหนึ่งเกิดจากซัพพลายที่เติบโตไม่ทันดีมานด์ เป็นปัจจัยหนุนให้ราคายางพาราก้าวขาขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่ราคาดีขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ดีขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ มีการปรับตัวค่อนข้างน้อย
ทั้งในส่วนของภาคการผลิตและการแปรรูปขั้นปลาย ฉะนั้น แนวโน้มหรือเทรนด์ที่ผ่านมา และสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในแนวที่ดี ส่วนของประเทศผู้ใช้หลักอย่างประเทศ จีน ที่ปัจจุบันไทยส่งออกยางพารา 60% สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นดัชนีชี้วัดที่ค่อนข้างชัด สต๊อกยางพาราในประเทศจีนวันนี้ลดลงครึ่งหนึ่ง นั่นแปลว่า ดีมานด์ความต้องการยังมีเกิดขึ้นอีกมาก จึงค่อนข้างมั่นใจว่าแนวโน้มของราคา หรือความต้องการของพืชโดยเฉพาะยางพารายังอยู่ในเทรนด์ที่มีความต้องการอีกมาก โดยเฉพาะปี 2565 และปี 2566
ในปีที่ผ่านมา การยางฯ ปรับลดการใช้เงินสำหรับชดเชยรายได้ให้กับเกษตรกรสวนยางอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนของปีแรกอาจจะใช้เงินจำนวนมากเล็กน้อย แต่ในปีที่ 2 ลดลงเหลือประมาณ 7,000 ล้านบาท ส่วนปีนี้ที่ผ่านมา 4 เดือน ใช้เงินไปเพียง 3,000 ล้านบาท ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าราคายางดีขึ้นจริงๆ
ทั้งนี้ การยางฯ ไม่ได้ทำเฉพาะเรื่องการประกันรายได้เพียงอย่างเดียว โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ทำงานคู่กันเป็นอย่างดี ทั้งนโยบายเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด วันนี้ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 โดยมียอดการผลิตกว่า 4 ล้านตัน ขณะที่ปริมาณการส่งออกเกือบ 4 ล้านตัน แต่ยังเป็นการส่งออกในส่วนของยางธรรมชาติ ไม่ใช่ส่วนของวัตถุดิบ โดยปัจจุบันร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการให้ข้อมูล และเทรนด์ของโลก ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด เพื่อเกิดการปรับตัวให้ตรงกับความต้องการของตลาด
ซึ่งในส่วนเทรนด์ที่ต้องดำเนินการ คือ การทำเศรษฐกิจชีวภาพ (ไบโออีโคโนมี) สำหรับปี 2565 เทรนด์ของยางพารา คือ การทำคาร์บอนเครดิต เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และยางพาราเป็นพืชที่ได้รับความสนใจในเรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องที่ต้องผลักดัน เพราะยางพาราเป็นพืชเชิงเดี่ยว จึงสามารถทำคาร์บอนเครดิตได้ง่าย การต่อสู้ด้านการแข่งขันด้านราคาค่อนข้างง่าย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกจากในหลายๆด้าน
รวมทั้ง พยายามผลักดันการนำดิจิทัลมาปรับใช้ โดยมีการปรับรูปแบบการนำแพลตฟอร์มมาปรับใช้ รูปแบบการซื้อขายออนไลน์ ปรับรูปแบบการขายตลาดล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงให้กับเกษตรกร ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกระทรวงพาณิชย์ ในการผลักดันควบคู่ไปกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
“มองว่ายางพาราเป็นพืชที่มีอนาคตแน่นอน ไม่ใช่แค่ปีนี้ เพราะข้อมูลสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ ระบุว่า ซัพพลายยาง ตั้งแต่ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา อาจจะช็อตไปอีกระยะหนึ่ง จึงมีการหารือกัน เพราะมีความเป็นกังวลในเรื่องนี้ โดยพยายามหารือร่วมกับผู้ประกอบการ ให้มีการบริหารซัพพลายให้ดี โดยมีการทำงานร่วมกันกับภาคเอกชน เราไม่ได้ดูแลเฉพาะเกษตรกรสวนยางเพียงอย่างเดียว ดูแลทั้งซัพพลายเชน ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการด้วย ต้องบริหารสต๊อกเรื่องนี้ให้ดี”นายณกรณ์ กล่าว