นายเติมศักดิ์ บุญชื่น ประธานสภาเกษตรกร จังหวัดนครราชสีมา หนึ่งในผู้เสวนา กล่าวหัวข้อ “โครงการประกันรายได้สินค้า 5 สินค้าเกษตร” ในงานสัมมนา “ประกันรายได้สินค้าเกษตร 5 สินค้า” โดยกระทรวงพาณิชย์ ในรูปแบบไลฟ์สตรีมมิ่งผ่านเฟซบุ๊ก เครือมติชน ไลน์ออฟฟิเชียลมติชน และยูทูบมติชนทีวี ณ อาคารสํานักงาน บริษัท มติชน จํากัด (มหาชน) ว่า ในปีนี้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยังเป็นพืชที่สร้างโอกาสของประเทศไทย คาดผลผลิตข้าวโพดอยู่ที่ 4.7-4.8 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์อยู่ที่ 8.5 ล้านตัน เพราะความต้องการของไทยเหนือกว่าประเทศอื่น

เนื่องจากข้าวโพดที่ผลิตในประเทศไทย เป็นข้าวโพดหัวแข็งมีเม็ดสีเป็นสีส้ม เป็นตัวสำคัญมาก ทำให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ มีความได้เปรียบกว่าประเทศอื่นที่เป็นหัวบุบอ่อน (Dent corn) เด่นคือ เม็ดหัวสี ทำให้เนื้อไก่และไข่เป็นสีแดงธรรมชาติ เนื้อหมูที่บริโภคไม่มีสารเร่งเนื้อแดง สีจะสวย นี่คือโอกาสสำคัญ จะต่อยอดทำอย่างไรเพื่อความมั่นคงของการผลิตข้าวโพดเป็นอุตสาหกรรมหลักเรื่องการส่งออกอุตสาหกรรมไก่ จะเพิ่มยีลด์ต่อไร่และมูลค่าผลิตภัณฑ์อย่างไร

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ของมันสำปะหลังในประเทศไทย ว่า มีความต้องการอยู่ที่ 40 ล้านตันต่อปี แต่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คาดว่าจะปลูกได้ 30 ล้านตันต่อปี แต่ปีนี้มีน้ำท่วมเหลืออยู่ที่ 28 ล้านตันต่อปี ประกอบการสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีความต้องการใช้แอลกอฮอลล์มาก ส่งผลต่อมันสำปะหลังมีเสถียรภาพราคา ทั้งนี้ จากผลผลิตมันสำปะหลัง 30 ล้านตัน มีความต้องการในอุตสาหกรรมแป้ง 2 ส่วน คือ ความต้องการแป้ง 25-26 ล้านตัน และอีก 3 ล้านตัน คือ มันเส้น ที่ใช้ทำเอทานอล ทำให้ราคามันยกระดับขึ้น

อย่างไรก็ตาม พืชไร่ในประเทศเพื่อนบ้านและไทยเป็นฤดูกาลการผลิตเดียวกัน ไทยไม่ได้กีดกันการนำเข้าจากเพื่อนบ้าน แต่ก็ต้องสร้างเงื่อนไข ไม่ให้สินค้าออกมาทะลัก แต่ถ้าสถานการณ์เราเปลี่ยนแปลง จะยกระดับเกษตรกรสู่ภาคการผลิตมีคุณภาพเพิ่มขึ้น ต้องนำเรื่องบีซีจี นวัตกรรม เทคโนโลยี มาใช้ในการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพื่อรักษาความมั่นคงให้กับเกษตรกร ถึงสู้คู่แข่งได้
นายเติมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันภาครัฐควรจะมีนโยบายประกันราคาคู่ขนานไปด้วย ห้ามหยุด เพราะเรื่องประกันรายได้ เป็นจุดชี้ของต้นทุนบวกกำไรในการบริหารจัดการอย่าให้ต่ำกว่านี้ เพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้ ถ้าจะหยุดต้องให้เกษตรกรยืนได้ด้วยขาของเขาเองเพื่อสร้างความยั่งยืนต่อไป

โดยการอยู่ได้ด้วยตัวเอง คือ 1.ต้องเพิ่มผลผลิตและเสถียรภาพของราคาให้ได้ 2.ต้องสู้กับต่างชาติได้ด้วยกลไกเรื่องของบีซีจีบิซิเนส ยกระดับความปลอดภัยของวัตถุดิบ เช่น เราส่งออกข้าวกับเวียดนาม ในเรื่องของอินเดียเขาเป็นคู่ต่อสู้ที่ขายถูกกว่าเรามาก แต่เรื่องของมาตรฐานความปลอดภัย เช่น ข้าวขาว สินค้าเหมือนกัน เราขายสูงกว่าเขานิดหนึ่ง โดยนำเรื่องมาตรการความปลอดภัย ไปจับด้วย ลูกค้าถึงซื้อเรามากกว่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่ต้องยกระดับมาตรฐานให้กับเกษตรกร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน