เวิล์ดแบงก์ ชี้ ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เซพต้นทุน-สร้างรายได้เอกชนไทย 1.6 พันล้านเหรียญฯ เตรียมเสนอบทวิเคราะห์ให้ รมว.คลัง 24 ก.พ.นี้

นางเบอร์กิท ฮานสล์ ผู้จัดการธนาคารโลก (เวิล์ดแบงก์) ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่าวันที่ 24 ก.พ.นี้ เวิลด์แบงก์จะนำเสนอรายงานการวิเคราะห์ภาคเอกชนของประเทศไทย : พลิกฟื้นผลิตภาพด้วยเครื่องยนต์ใหม่ให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยืดหยุ่นและมั่นคง ให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง โดยพบว่า การนำระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้สามารถประหยัดต้นทุนและสร้างรายได้ภาคเอกชนสูงถึง 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่น อาหารและการเกษตร การก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนี้ ประเทศไทยอาจพิจารณาภาคส่วนต่างๆ เพิ่มเติม เช่น การทำเกษตรกรรมฟื้นฟู การแปรรูปขยะอินทรีย์เป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สร้างผลลัพธ์สูง แม้รัฐบาลจะมีนโยบายส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy Model) แต่ยังอยู่ในวงจำกัด ควรทำให้เกิดการแพร่หลายทั่วถึงไปทั้งประเทศ

รายงานยังพบว่า การเร่งนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้ยังช่วยเพิ่มกระแสเงินทุนไหลเข้าประเทศไทยประมาณ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ/ปี ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนใหม่ในเทคโนโลยีคมนาคมขนส่งบิ๊กดาต้า และการวิเคราะห์ข้อมูล เทคโนโลยีด้านสุขภาพ สื่อดิจิตอล และด้านบันเทิง รวมทั้งการขยายตัวของภาค Official Use ส่วนต่างๆ ในประเทศไทยที่มีศักยภาพอยู่แล้วเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค เช่น อีคอมเมิร์ซ เทคโนโลยี ด้านการเงิน (fintech) เป็นต้น โดยภาคเอกชนจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ต้องอาศัยการร่วมมือจากภาครัฐ ที่จะช่วยขจัดปัญหาและอุปสรรค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

สำหรับเป้าหมายการพัฒนาให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2580 นั้นไทยต้องแก้ไขข้อจำกัดด้านการลงทุนที่สำคัญ ได้แก่ ยกระดับการแข่งขันให้เป็นธรรม ไม่ให้มีการแข่งขันที่จำกัดและความเหลื่อมล้ำในการแข่งขัน การส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เพราะข้อจำกัดด้านการลงทุนจากต่างชาติ ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันและขัดขวางกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ได้มาจากการมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจของบริษัทต่างชาติด้วย

การเพิ่มการเข้าถึงแรงงานที่มีทักษะสำหรับโลกอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแรงงานที่มีทักษะไม่เพียงพอที่ธุรกิจต้องการ เนื่องจากเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ทำให้สัดส่วนของประชากรวัยแรงงานลดลง ผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติยังค่อนข้างน้อย มีการจ้างงานไม่เต็มเวลา และหลักสูตรการศึกษายังไม่สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชนเท่าที่ควร โดยเฉพาะทักษะด้านนวัตกรรมที่มีความต้องการในตลาดแรงงานค่อนข้างมาก

การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับการพัฒนานวัตกรรม โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดย่อย (MSME) ที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมได้ไม่มากนัก ด้วยการแก้ไขปัญหาความซับซ้อนของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิตอลและเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผัน และการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายด้านการแข่งขันทางการค้าเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เท่าเทียม และผ่อนคลายระเบียบเรื่องการจ้างพนักงานต่างชาติ/ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน