จับตาน้ำมัน200เหรียญ! สภาอุตฯชี้มีโอกาสแตะ150เหรียญเร็วๆ นี้ – กบน.ชดเชยดีเซลเพิ่มอีก 70 สตางค์ต่อลิตร

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จับตาน้ำมัน200เหรียญ – รายงานข่าวแจ้งว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี ตั้งแต่ปี 2551 หลังสหรัฐและยุโรปพิจารณาสั่งห้ามการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย โดยราคาน้ำมันดิบปิดตลาด ณ วีนที่ 7 มี.ค. 2565 ตลาดเวสต์เท็กซัสอยู่ที่ 119.40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ตลาดเบรนท์อยู่ที่ 123.21 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และตลาดดูไบอยู่ที่ 125.30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

“นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า หากการส่งออกน้ำมันดิบจากรัสเซียถูกตัดออกไป จะมีการขาดแคลนน้ำมันสูงถึง 5 ล้านบาร์เรล/วัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงถึง 200 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลได้ เนื่องจากรัสเซียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก ที่มีปริมาณการส่งออกคิดเป็น 7% ของอุปทานทั่วโลก ขณะที่หลายประเทศในยุโรปมีท่าทีไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะเยอรมนี”

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ยอมรับราคาน้ำมันดิบที่เคลื่อนไหวแตะระดับสูงถึง 130 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบจะเตลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 100-125 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และมีโอกาสที่จะได้เห็นราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นไปแตะที่ระดับ 150 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเร็วๆ นี้ ทำให้โลกต้องเผชิญภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง (Hyperinflation) รวมถึงไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากไทยเป็นประเทศนำเข้ามากกว่า 90%

นอกจากนี้ รัสเซียและยูเครนยังเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวสาลี และข้าวโพดรายใหญ่ของโลก ทำให้ขณะนี้ราคาปรับตัวสูงมากและกระทบต่อราคาอาหารสัตว์ให้ปรับสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ สุดท้ายจะกระทบห่วงโซ่ปศุสัตว์ทั่วโลก รวมถึงไทย โดยเฉพาะกรณีปุ๋ยที่รัสเซียเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่สุดก็จะมีปัญหาด้วย

ดังนั้น ต้องติดตามสถานการณ์สงครามระหว่างยูเครน-รัสเซียอย่างใกล้ชิด ว่ารัสเซีย จะมีมาตรการโต้กลับสหรัฐและชาติพันธมิตร และสหภาพยุโรป (อียู) อย่างไร หลังสหรัฐและยุโรปห้ามนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลต่อระดับราคาพลังงานของโลกให้ขยับขึ้นสูง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นว่าคนไทยทุกคนทำได้คือการประหยัดการใช้หรือใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยภาครัฐควรต้องเร่งออกมาตรการส่งเสริมการประหยัดการใช้ในทุกภาคส่วน

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เป็นประธาน ได้พิจารณาปรับอัตราการชดเชยดีเซลเพิ่มขึ้น 70 สตางค์/ลิตร เป็น 6.50 บาท/ลิตร จากเดิมที่อุดหนุนดีเซลอยู่ 5.80 บาท/ลิตร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน