นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลัง เป็นประธานประชุมติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้ ปี 2565 และการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ร่วมกับภาคเอกชน ผู้ประกอบการส่งออกผลไม้ เกษตรกร ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง สายการบิน ผู้แทนสถาบันการเงิน ว่า ปี 2565 ไทยจะมีผลผลิตผลไม้ภาพรวม 5.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13% เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นจาก 4.3 ล้านไร่ เป็น 4.4 ล้านไร่ หรือเพิ่มขึ้น 3% แบ่งออกเป็น ทุเรียน 26.6% มังคุด 43% ลำไย 8.4% เงาะ 6% มะม่วง 5.24% ลิ้นจี่ 4% และลองกอง 1%

โดยปีนี้จะคงใช้มาตรการ 17+1 ในการบริหารจัดการระบายสินค้า คือช่วยสนับสนุนเกษตรกร ผู้ประกอบการ ล้ง กระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต ประสานห้างสรรพสินค้านำผลผลิตไปจำหน่าย จัดเซลโปรโมชั่นในต่างประเทศเพื่อเร่งรัดการส่งออก รวมทั้งส่งเสริมการบริโภคภายใน ล่าสุด สามารถเจรจาหาตลาดล่วงหน้าเพื่อรองรับผลผลิตได้แล้ว 4.5 แสนตัน ส่วนที่เหลือจะเป็นไปตามกลไกตลาด

“ปีนี้ตั้งเป้าการส่งออกผลไม้ภาพรวมไว้ที่ 2.87 แสนล้านบาท ขยายตัว 15% แบ่งเป็น ผลไม้สด 1.9 แสนล้านบาท แช่แข็ง 1.4 หมื่นล้านบาท ผลไม้แห้ง 2.3 หมื่นล้านบาท และกระป๋องและแปรรูป 5.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปีก่อนทั้งปีส่งออกได้รวมมูลค่า 2.5 แสนล้านบาท โดยจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลัก 65% จะส่งออกได้รวม 1.8 แสนล้านบาท”

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังหารือถึงการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไปจีน เบื้องต้นมอบหมายให้ทูตพาณิชย์ และทูตเกษตร ไปเจรจากับทางการจีน ให้เปิดด่านตงซิง และขอขยายเวลาเปิดด่านทั้ง 4 แห่ง, เร่งเจรจากับลาว ขอให้รถขนส่งจากไทยผ่านด่านไปเชียงของ และถ่ายรถครั้งเดียวที่ด่านบ่อเต็น และเข้าจีนได้เลยที่ด่านโม่ฮาน ไม่ต้องเปลี่ยนระบบถ่ายรถที่ด่านเชียงของ
สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับเอกชนเจรจาให้เรือใหญ่เข้ามาเทียบท่าของไทยมากขึ้นเพื่อให้ส่งออกได้มากขึ้น,

ให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หารือร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. และสายการบิน ผู้ส่งออก และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ช่วยเหลือสินเชื่อพิเศษ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งทางอากาศ, เจรจากับจีนขอใช้ด่านโม่ฮานเป็นเส้นทางการขนส่งผลไม้ผ่านรถไฟโดยเฉพาะรถไฟลาว-จีน เริ่มจากหนองคายไปเวียงจันทน์ และเข้าจีนที่ด่านโม่ฮาน,

เจรจากับจีนไม่ให้ปิดด่านกรณีตรวจพบรถขนสินค้าจากไทยที่ติดโควิด แต่ยินดีให้แบล็กลิสต์ผู้ที่ส่งออก รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย แรงงาน ฝ่ายความมั่นคง และผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยดูแลเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงานช่วยเก็บเกี่ยวผลไม้ที่ภาคตะวันออก

สำหรับตลาดส่งออกผลไม้ไทยของไทยปี 2564 ใหญ่ที่สุด จีนครองส่วนแบ่ง 65% มีมูลค่า 1.6 แสนล้านบาท รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา 11% มูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาท ฮ่องกง 4% มูลค่า 9.3 พันล้านบาท มาเลเซีย 1% มูลค่า 3.8 พันล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน