นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ เอสซีจี เปิดเผยว่าผลประกอบการช่วง 9 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย.) เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 323,829 ล้านบาท ลดลง 3% จากช่วงเดียวกันของปี 2558 สาเหตุหลักมาจากความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศชะลอตัว โดยยอดขายปูนซีเมนต์ของเอสซีจี 9 เดือน ติดลบ 1% และคาดยอดขายของบริษัทในช่วงไตรมาส 4/2559 ก็น่าจะติดลบเช่นกัน สอดคล้องภาพรวมความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศปีนี้ทั้งปีคาดจะติดลบ 2-3% จากปริมาณการใช้ปี 2558 อยู่ที่ 40 ล้านตัน

เนื่องจากราคาขายสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลง และเป็นช่วงหน้าฝนจึงมีปริมาณฝนตกต่อเนื่อง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง ประกอบกับสถานการณ์ในประเทศยังอยู่ในช่วงของการไว้อาลัยตลอดในช่วงไตรมาส 4/2559 ทำให้บรรยากาศการใช้จ่ายในประเทศชะลอตัว รวมทั้งยังมีการปิดปรับปรุงโรงงานโอเลฟินที่จังหวัดระยอง เป็นเวลา 40 วัน ส่งผลกระทบกำลังการผลิตรวมลดลง 3-5% หรือประมาณ 60,000-80,000 ตันต่อวัน

2611

“เอสซีจีประเมินภาพรวมยอดขายตลอดทั้งปี 2559 น่าจะลดลง 3-5% ซึ่งต้องติดตามแนวโน้มการลงทุนภาคเอกชน และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐว่าจะมีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นหรือไม่”นายรุ่งโรจน์ กล่าว และว่าสำหรับงบลงทุน 2559 ในช่วง 9 เดือนใช้ไปแล้ว 25,000-26,000 ล้านบาท จากงบลงทุนปีนี้ที่ตั้งไว้ 50,000 ล้านบาท เนื่องจากมีโครงการคาบเกี่ยวที่ต้องเลื่อนการลงทุนออกไปจากกำหนดเดิมประมาณ 3-4 เดือน ทำให้งบลงทุนที่ยังไม่ได้ลงทุนจริงต้องเลื่อนออกไปใช้ในช่วงไตรมาส 1/2560 แทน ทำให้งบการลงทุนช่วง 2 ปี (2559-2560) จะมีงบลงทุนรวมประมาณ 80,000-100,000 ล้านบาท โดยโครงการที่สำคัญจะมีความชัดเจนในการลงทุนภายในปีนี้ อาทิ โครงการปิโตรเคมีในประเทศเวียดนาม เป็นต้น

นายรุ่งโรจน์ กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เอสซีจี เดินหน้าปรับตัวต่อเนื่อง อาทิ การลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยปี 2560 จะมีการเดินเครื่องหลายโรงงานทั้งปูนซีเมนต์และบรรจุภัณฑ์ อาทิ เมียนมา ลาว และเวียดนาม รวมทั้งจะเน้นทำตลาดการส่งออกมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วน 27% ของยอดขายโดยรวม คิดเป็น 86,821 ล้านบาท ซึ่งมาจากยอดขายปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างเป็นหลัก อีกทั้งยังมีกลยุทธ์ร่วมทุนกับบริษัท ยามาโตะ บริษัทโลจิสติกส์ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น (สัญลักษณ์แมวดำ) เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจเอสซีจีมีทักษะและศักยภาพในการขนส่งสินค้าได้ครบวงจรมากขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน