นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยหลังการประชุมครม.ว่า พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ได้เสนอมาตราการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) โดยขอความร่วมมือ หน่วยงานราชการ เดินหน้าจัดประชุมสัมมนาในประเทศให้มากขึ้น รวมถึงให้เน้นการเดินทางไปที่แหล่งท่องเที่ยว 70 เส้นทางตามรอยพระบาท เพื่อให้หน่วยงานข้าราชการได้เข้าไปเรียนรู้โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดชและนำแนวทางมาพัฒนาใช้กับหน่วยงานของตนเอง ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้เห็นชอบในมาตรการดังกล่าวทันที
ทั้งนี้กระทรวงฯจะเน้นการกระตุ้นไปที่กลุ่มข้าราชการก่อนเป็นอันดับแรก ขณะเดียวกันในกลุ่มบริษัทเอกชนต่างๆ ที่ขณะนี้ก็ได้มีการสอบถามเข้ามาจำนวนมากถึงการจัดทริปออกสัมนาในแหล่งท่องเที่ยวโครงการพระราชดำริ แต่เบื้องต้นกระทรวงยังคงใช้มาตรการกระตุ้นในกลุ่มข้าราชการก่อน แต่ทั้งนี้ก็ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) ไปพิจารณาจัดทำแพ็กเกจสนับสนุนให้ภาคเอกชนที่จัดทริปสัมนาใน 70 เส้นทางตามรอยพระบาทแล้ว ซึ่งตลอดทั้งปีนี้จนถึงปี 60 กระทรวงก็จะเน้นการส่งเสริมทริปสัมมนาในเส้นทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เสมือนให้เป็นปีที่ทำการท่องเที่ยวเพื่อพ่อ
นางกอบกาญจน์ กล่าวด้วยว่า การจัดกิจกรรมหรือประเพณีต่างๆ ในประเทศไทยยังคงเดินหน้าจัดงานต่อไป เช่น งานคริสต์มาส งานเทศกาลปีใหม่ งานตรุษจีน แต่ลักษณะของงานอาจจะไม่ได้มีการจัดงานแบบรื่นเริงมากนัก อย่างเช่น งานเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (เคานท์ดาวน์) ที่จะยังคงมีกิจกรรมอยูแน่นอน แต่จากการหารือกับกระทรวงวัฒนธรรมจะปรับให้เป็นงานเคานท์ดาวน์ในรูปแบบการสวดมนต์ข้ามปี และจะมีการส่งข้อมูลให้เป็นหนึ่งในที่สุดของโลก (กินเนสเวิลด์เรคคอร์ด) ว่าเป็นงานที่มีประชาชนสวดมนต์ข้ามปีมากที่สุดในโลก โดยในปีที่ผ่านมาสวดมนต์ข้ามปีในประเทศไทยมีผู้เข้าร่วม กว่า 13 ล้านคนทั่วประเทศ และในสวดมนต์ข้ามปีปี 60 ตั้งเป้าว่าจะมีประชาชนมาเข้าร่วมมากถึง 20 ล้านคน ขณะเดียวกันเรื่องแนวคิดของททท.ที่จะให้มีการจุดเทียนแทนการจุดพลุในช่วงปีใหม่ก็ถือเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ แต่ก็จะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

“กิจกรรมต่างๆ ต้องยังคงเดินหน้า อย่างงานดนตรีก็จะมีได้ แต่ก็อาจจะไม่ใช่ดนตรีที่จะต้องรื่นเริงมากเกินไป อาจจะเกี่ยวกับเพลงในพระราชนิพนธ์เพราะอย่างล่าสุดที่มีการจัดงานร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีก็จัดได้และมีประชาชนให้ความสนใจมาก และอีกนัยหนึ่งก็เป็นการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศด้วย เพราะประชาชนเดินทางเข้ามาถวายความอาลัยบริเวณรอบสนามหลวงเป็นจำนวนมากและมีการใช้จ่าย จองห้องพักในโรงแรม”รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าว
กระทรวงยังได้ขอความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ร่วมกันสื่อสารให้ให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกยืนยันถึงตารางการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงเดิม ประเพณีลอยกระทง การแข่งขันกีฬาระดับโลกยังคงมี โดยเน้นเรื่องการจัดงานอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันบริษัทการบินไทย (ทีจี) ยังได้มีการจัดทำวิดิโอเผยแพร่คำปฏิบัติตัวหากมาเที่ยวเมืองไทยในขณะนี้ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับทราบ ขณะเดียวกัได้มีโอกาสพบกับ เอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆ รวม 34 ชาติ และหอการค้าต่างประเทศในไทยอีกกว่า 10 ราย เพื่อสร้างความชัดเจน โดยสื่อไปว่า”Life goes on” เพื่อให้ความมั่นใจต่อโปรแกรมท่องเที่ยวของไทยว่ายังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม ไม่ได้มีการยกเลิกแต่อย่างใด และยังคงพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่นด้วยการเป็นเจ้าบ้านที่ดีเสมอมา