ททท.คาดไตรมาส 2 คนไทยเที่ยวไทย 22.98 ล้านคน/ครั้ง ท่องเที่ยวเงินสะพัด 1 แสนล้าน ลุ้นโควิด-น้ำมันแพง ฉุดเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2565 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 (เม.ย.-มิ.ย.) คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 22.98 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 210% มีรายได้ทางการท่องเที่ยว 105,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 205% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ด้วยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ภาครัฐสนับสนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกประเภท สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ คนไทยได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นมากขึ้นและปรับตัวใช้ชีวิตร่วมกับโควิด
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจาก ททท.ร่วมกับพันธมิตร ประกอบกับเป็นช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนที่ผู้ปกครองจะพาลูกหลานออกเดินทางท่องเที่ยวและความเชื่อมั่น (Sentiment) คนไทยที่ต้องการออกเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนเพื่อคลายความเครียดจากโควิด-19
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ต้องติดตามที่อาจเป็นอุปสรรคของท่องเที่ยวตลาดในประเทศคือ 1.หาก ประเทศไทยมีการระบาดหนักอีก และรัฐบาลกลับมาใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดดังเช่นที่เกิดขึ้นในปี 2564 2.ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวดี 3.ความผันผวนของราคาน้ำมันจากความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และ 4.หากประเทศต่างๆ เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวแบบไม่มีเงื่อนไขในการกักตัว มาตรการ Free Visa ให้กับนักท่องเที่ยว จะมีคนไทยออกเดินทางเที่ยวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก
จากประเด็นดังกล่าวอาจจะส่งผลให้สถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดในประเทศอยู่ในภาวะชะลอตัว
ภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวตลาดในประเทศไตรมาส 1 ปี 2565 (ม.ค.-มี.ค.) มีทิศทางการเติบโตดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 29.70 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 73% และเป็นรายได้ 135,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% จากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของคนไทย
ผนวกกับได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักๆ ได้แก่ มาตรการผ่อนคลายควบคุมการระบาดของโควิด-19 นโยบายเปิดประเทศ และการฉีดวัคซีนที่เพิ่มและครอบคลุมมากขึ้น การอนุญาตให้กิจกรรมต่างๆ กลับมาดำเนินการได้ และโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว อาทิ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และคนละครึ่ง เป็นต้น กิจกรรมการตลาดของ ททท.ที่ร่วมกับพันธมิตร ทำโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินและที่พักราคาถูก
พื้นที่ท่องเที่ยว กรุงเทพฯ เริ่มกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น คาดว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 7.27 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 32% และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 30,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความหลากหลายของพื้นที่ ทั้งด้านแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม วิถีชีวิตริมน้ำ แหล่งชอปปิง และอาหารตั้งแต่ระดับสตรีทฟู้ดจนถึงมิชลิน แต่เนื่องจากกรุงเทพฯเป็นพื้นที่เสี่ยงที่พบการติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง จึงยังสร้างความวิตกกังวลต่อคนไทยบางส่วนให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง
ภาคกลาง ท่องเที่ยวมีการเติบโตเพิ่มขึ้น คาดว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือน ชาวไทย 8.97 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 91.44% และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 24,518 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ทยอยลดลงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดยอดนิยมของคนไทยอย่างพระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และมีสินค้าท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวที่รักธรรมชาติและกลุ่มสายทำบุญไหว้พระที่สามารถขับรถยนต์เที่ยวเองได้ ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวไม่สูง สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่
ภาคตะวันออก สถานการณ์ท่องเที่ยวอยู่ในทิศทางการเติบโตที่ดี คาดว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.58 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 249% และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 20,069 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 279% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวของภาค โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและทางทะเลอย่างชลบุรี ระยอง ตราด รวมถึงเป็นช่วงฤดูผลไม้นานาชนิดที่กำลังออกผลผลิตของจังหวัดนครนายกและจันทบุรี จึงเป็นแรงกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวนิยมออกเดินทางท่องเที่ยวภูมิภาคนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
ภาคใต้ สถานการณ์ท่องเที่ยวเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว คาดว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 3.17 ล้าน คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 96% และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 20,929 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักๆ จากกระแสความศรัทธาไอ้ไข่ นครศรีธรรมราช การมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่อย่างอัยเยอร์เวง อ.เบตง รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดทั้งของ ททท. และเอกชนร่วมกันจัดทำโปรโมชั่นราคาสายการบิน โรงแรมที่พัก และรถเช่าในจังหวัดท่องเที่ยวทางทะเลอย่างภูเก็ต กระบี่ พังงา และเกาะสมุย ส่งผลให้ภาพรวมท่องเที่ยวโดยเฉพาะจังหวัดที่พึ่งพิงรายได้คนไทยเป็นหลักมีการเติบโตเพิ่มขึ้น
ภาคเหนือ ในไตรมาส 1 ถือเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 4.40 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 101% และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 28,454 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92% ด้วยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวของภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวตามยอดดอย ยอดภูมีสภาพอากาศหนาวเย็น ทำให้คนไทยออกเดินทางไปชื่นชมธรรมชาติและทะเลหมอกเป็นจำนวนมาก
ประกอบกับการแพร่ระบาดโควิด-19 ในหลายๆ จังหวัดของภาคเหนือเริ่มมีแนวโน้มลดลง และ ททท.ได้จัดกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางในพื้นที่เมืองหลัก-รอง นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหารประจำถิ่น รวมถึงเปิดประสบการณ์กาแฟหลากสายพันธุ์ของภาคเหนือมาเชื่อมโยงกับกิจกรรมและแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กลุ่ม Gen Y กลุ่ม Gen X และกลุ่มวัยทำงานเดินทางเข้าพื้นที่มากขึ้น
อาทิ Cars and Coffee on Vacation ป๊ะกั๋นตี้ป๋ายดอย จ.เชียงใหม่, เส้นทางกาแฟเชียงรายและน่าน ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวภาคเหนือและการใช้จ่ายทั้งในเมืองหลักอย่างเชียงใหม่และเมืองรองโดยเฉพาะเชียงราย น่าน แพร่ ลำปาง อยู่ในทิศทางการเติบโตที่ดี
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าช่วงเวลา 3 เดือนนี้ของทุกปีจะเกิดปัญหาหมอกควัน ฝุ่น PM.2.5 แต่ปีนี้นักท่องเที่ยวเริ่มรู้จักปรับตัวโดยเลือกท่องเที่ยวนอกตัวเมืองของจังหวัดแทน เพื่อลดความเสี่ยง ทำให้บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนืออยู่ในทิศทางที่สดใส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการเดินทางท่องเที่ยวเติบโตเพิ่มขึ้น โดยคาดว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 3.31 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 35% และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 11,260 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% ซึ่งเป็นผล จากปัจจัยสนับสนุนจากกระแสความศรัทธากลุ่มสายมู ตามรอยพญานาค จ.บึงกาฬ นครพนม อุดรธานี ผนวกกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยอดนิยมอย่างอุทยานแห่งชาติภูเรือ เชียงคาน เริ่มมีอากาศที่เย็นสบายเหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อน รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีแนวโน้มลดลง ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางหลั่งไหลเข้าพื้นที่เป็นจำนวนมาก