พาณิชย์ เผย 6 เดือนแรก ต่างชาติแห่ ลงทุนในไทย เฉียด 70,000 ล้าน พุ่งขึ้น 73.5 เปอร์เซ็นต์ ระบุ จ้างงานกว่า 3,000 คน ญี่ปุ่น แชมป์

วันที่ 25 ก.ค.2565 นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ของปี 2565 ได้มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย 284 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว แบ่งเป็น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 106 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 178 ราย มีเม็ดเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 69,949 ล้านบาท จ้างงานคนไทยกว่า 3,164 คน

นายสินิตย์ กล่าวต่อว่า ต่างชาติที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น 71 ราย คิดเป็น 25% เงินลงทุน 26,237 ล้านบาท, สิงคโปร์ 51 ราย คิดเป็น 18% เงินลงทุน 10,478 ล้านบาท และ สหรัฐอเมริกา 35 ราย คิด 12% เงินลงทุน 2,899 ล้านบาท เงินลงทุนรวม 39,614 ล้านบาท

“เมื่อเปรียบเทียบ 6 เดือนของปีนี้กับปี 65 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 20 ราย คิดเป็น 7.58% มีเม็ดเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 29,628 ล้านบาท คิดเป็น 73.48% โดยปี 2565 ลงทุน 69,949 ล้านบาท ส่วนปี 2564 ลงทุน 40,321 ล้านบาท และจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้น 2,073 ราย คิดเป็น 190% โดยปี 2565 จ้างงาน 3,164 คน ปี 2564 จ้างงาน 1,091 คน โดย ชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนสูงสุด คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และ สหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับปี 2565” นายสินิตย์ กล่าว

นายสินิตย์ กล่าวอีกว่า ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตส่วนใหญ่สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ และสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย อาทิ บริการให้ใช้แพลตฟอร์มแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ สำหรับการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า การสั่งซื้อสินค้าและบริการ, บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า สำหรับรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า,

บริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคแบบครบวงจรในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ การช่วยเหลือด้านการออกแบบ การพัฒนา และทดสอบระบบ เป็นต้น และบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย

นายสินิตย์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ปี 2565 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 55 ราย คิดเป็น 19% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมดใน 6 เดือนนี้ โดยมีเงินลงทุนในพื้นที่ EEC กว่า 29,461 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 42 ของเงินลงทุนทั้งหมด ทั้งนี้ เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น 24 ราย เงินลงทุน 18,480 ล้านบาท สิงคโปร์ 6 ราย เงินลงทุน 1,792 ล้านบาท และ สหรัฐอเมริกา 4 ราย เงินลงทุน 996 ล้านบาท ธุรกิจที่ลงทุน อาทิ

  • 1.บริการตรวจสอบและวิเคราะห์สภาพการทำงานของเครื่องจักรชนิดหมุน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Services) ด้วยระบบคลาวด์ (Cloud) และเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ (Sensor Technology)
  • 2.บริการประกอบและติดตั้งชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • 3.บริการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุปกรณ์โทรคมนาคม เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม คาดว่าอีก 6 เดือนที่เหลือ (ก.ค.- ธ.ค.) ของปี 2565 จะมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยต่อเนื่อง จากที่ภาครัฐมีมาตรการส่งเสริมการลงทุน ผ่อนคลายการเปิดประเทศ ทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น จะช่วยเสริมให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ เฉพาะเดือนมิ.ย.ถุนายน 2565 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติ 47 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว แบ่งเป็น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ จำนวน 16 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ จำนวน 31 ราย เม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 14,872 ล้านบาท เกิดการจ้างงานคนไทยกว่า 142 คน ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา

ธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ได้แก่ บริการออกแบบด้านวิศวกรรม จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้ง และทดสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำยางอะคริลิก, บริการออกแบบสร้างภาพกราฟิก และสร้างแบบจำลอง 3 มิติ สำหรับใช้ในการตกแต่งแบบจำลองภายนอกและภายในอาคาร และบริการเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Services) ประเภทย่อยบริการระบบซอฟต์แวร์ฐาน ซึ่งเป็นการให้บริการแพลตฟอร์ม สำหรับการทำ Digital Marketing ระหว่างเจ้าของสินค้า/ร้านค้า เป็นต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน