เกียรตินาคินภัทร เชื่อเศรษฐกิจไทยค่อยๆ ฟื้น คาดจีดีพี แตะ 3.3% แต่ยังน่ากังวลปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขึ้น ความขัดแย้งประเทศคู่ค้า
เตือนเศรษฐกิจไทย – นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP Research บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า KKP Research ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยกำลังค่อยๆ ฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำ โดยคาดว่าการขยายตัว (จีดีพี) จะอยู่ที่ 3.3% จากการฟื้นตัวของการบริโภค และการลงทุนภายในประเทศที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ การขยายตัวของการส่งออกที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก การท่องเที่ยวที่กลับมามากกว่าที่คาด และรายได้ภาคเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้นตามราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น
แต่อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย มีความน่ากังวลหลายประเด็น โดยเฉพาะการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึงอย่างชัดเจน และหลายภาคเศรษฐกิจยังไม่กลับไประดับก่อนเกิดปัญหาโควิด-19 เพราะเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ลึกมาก และต้องเผชิญกับดักหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูง นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยกำลังเจอความเสี่ยงจากแรงกดดันเงินเฟ้อ และค่าครองชีพที่ปรับขึ้นสูงขึ้น
ในขณะที่รายได้และเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่กำลังปรับตัวเป็นขาขึ้นตามแรงกดดันเงินเฟ้อ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก และความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกอาจจะเข้าสู่ภาวะชะลอตัว หรือถดถอยในระยะเวลาข้างหน้าอย่าง สหรัฐ ญี่ปุ่น จีน และประเทศในยุโรป กำลังประสบเศรษฐกิจถดถอยจนกระทบต่อการส่งออกของไทย รวมถึงยังมีสถานการณ์ความขัดแย้ง จากสงครามรัสเซียและยูเครน และสถานการณ์สหรัฐ และจีน กรณีไต้หวัน สร้างความตึงเครียด และเพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เพราะจีนและสหรัฐ เป็นคู่ค้าสำคัญในการส่งออกของไทย
“สถานการณ์แวดล้อมด้านเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา เปลี่ยนไปอย่างมาก จนอาจเปรียบเทียบได้กับการเข้าไปในอีกจักรวาลคู่ขนาน ไม่ว่าจะเป็นกระแสโลกาภิวัตน์ที่กำลังเปลี่ยนไป ความขัดแย้งด้านการเมืองระหว่างประเทศที่มีมากขึ้นจนมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานโลก การเปลี่ยนผ่านจากภาวะเงินเฟ้อต่ำสู่ภาวะเงินเฟ้อสูง และภาวะดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่องกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งนับเป็นความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าเศรษฐกิจไทยอาจจะโตช้ากว่าที่คาด”

ดังนั้น ทางออกสำคัญของเศรษฐกิจไทยในโลกยุคใหม่ คือ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งรวมไปถึงการสนับสนุนการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การยกระดับคุณภาพการศึกษาและทักษะแรงงาน การเปิดเสรีแรงงานและบริการ การลดการผูกขาด ตลอดจนการเพิ่มคุณภาพสถาบันเศรษฐกิจและการเมืองเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านโอกาส
ด้านนายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรครึ่งปีแรก 2565 อยู่ในเกณฑ์ดีอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจสินเชื่อธนาคารพาณิชย์โดยเฉพาะในส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อ และสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยสินเชื่อรวมขยายตัวถึง 10% เป็นเติบโตต่อเนื่องมาแล้ว 2-3 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ครึ่งปีแรกธนาคารมีรายได้เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิรวมถึงรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 8,779 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 15.1% ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 3,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2%