สรท. ชี้ส่งออกไทยอ่วม ศึกนอกศึกในรุมเร้า ทั้งขึ้นค่าไฟ-ค่าแรง คาดทั้งปีโตแค่ 8% – อ้อนตรึงค่าเอฟทียาวถึงปีหน้า พร้อมตรึงดีเซลให้นานที่สุด

สรท.ชี้ส่งออกอ่วม – นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนก.ค. 2565 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน พบว่า การส่งออกมีมูลค่า 23,629.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 4.3% การนำเข้ามีมูลค่า 27,289.8 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 23.9% ส่งผลให้ไทยขาดดุลเท่ากับ 3,660.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนการส่งออกช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) ปี 2565 มีมูลค่า 172,814.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 11.5% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 182,730.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 21.4% ส่งผลให้ไทย ขาดดุลเท่ากับ 9,916.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“การส่งออกช่วง 11 เดือนที่ผ่านมาโต 2 หลัก แต่เดือนก.ค. ตกหลุมอากาศโตแค่ 4.3% เนื่องจากตลาดยุโรปและจีนเริ่มชะลอตัว ลดคำสั่งซื้อ ขณะที่การส่งออกยานยนต์ยังมีปัญหาขาดแคลนชิบ ยางพาราส่งออกได้ลดลงโดยเฉพาะถุงมือยาง จากปัญหาโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย ขณะที่ราคาน้ำมันยังทรงตัวสูง ส่วนการส่งออกอาหารยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะน้ำตาลทราย และอาหาร”

นายชัยชาญ กล่าวว่า สรท. จะยังไม่ปรับประมาณการส่งออกทั้งปีจะคงเป้าเดิมที่ 8% คิดเป็นมูลค่า 292,867 ดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันอยู่ระหว่าง 100-115 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง 33.5-34.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากมีปัจจัยลบมาก ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อโลกยังคงทรงตัวสูง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์เงินเฟ้อปี 2565 ประเทศพัฒนาที่ 6.6% และกำลังพัฒนาอยู่ที่ 9.5% ส่งผลให้ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น กำลังซื้อผู้บริโภคในระดับกลางและล่างทั่วโลก มีสัญญาณชะลอตัว

ราคาพลังงานยังสูง, ค่าระวางขนส่งสินค้าทางทะเลทรงตัวสูง และยังมีปัญหาต้นทุนวัตถุดิบขาดแคลนและราคาผันผวน อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ เหล็ก ธัญพืช ขณะที่ปัจจัยบวกมีเพียง 2 เรื่องคือ การอ่อนค่าของเงินบาท และความต้องการนำเข้าอาหารของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น

“ขณะนี้การส่งออกไทยมีปัจจัยลบมากกว่าบวก ผู้ส่งออกเริ่มไม่สบายใจ เพราะมีทั้งศึกนอกและศึกในรุมเร้าเยอะไปหมด ทั้งคือราคาพลังงานโลกและเงินเฟ้อสูง ค่าระวางเรือที่ยังแพง และยังมีศึกในที่เข้ามาอีก ทั้งการเตรียมปรับขึ้นค่าไฟฟ้าและค่าจ้างแรงงานในเดือนต.ค. นี้ กระทบต้นทุนการผลิตและความสามารถแข่งขันการส่งออกมาก อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือตรึงค่าเอฟที ทั้งภาคการผลิตและครัวเรือนออกไปจนถึงปีหน้า และตรึงราคาดีเซลให้นานที่สุด เพื่อลดภาระต้นทุนไม่ให้สูงเกินไป รวมทั้งอนุญาตให้เอกชนปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่แท้จริงให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน