หอการค้า เผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ส.ค. สูงสุดรอบ 8 เดือน ฟันธงศก.ฟื้น – คาดน้ำท่วมเศรษฐกิจเสียหายแค่หมื่นล้าน มั่นใจรายได้ท่องเที่ยวช่วยชดเชย
คาดน้ำท่วมสูญหมื่นล. – นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนส.ค. 2565 ว่า ดัชนีอยู่ที่ 43.7 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 8 เดือน และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน นับแต่ก.พ. 2565 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตอยู่ที่ 50.8 ปรับตัว ดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 8 เดือนและสูงสุดในรอบ 7 เดือนนับแต่มี.ค. 2565
ดัชนีความเชื่อมั่นที่ปรับตัวดีต่อเนื่อง 3 เดือนติดต่อกัน ส่งสัญญาณชัดว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแล้ว จากสาเหตุหลักได้แก่ การเปิดประเทศทำให้ธุรกิจกลางคืนกลับมาคึกคักช่วยเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 5 หมื่นล้านบาท/เดือน
ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับเข้ามามาก คาดว่าไตรมาสที่ 4 จะเพิ่มเป็น 1.5-2 ล้านคน/เดือน รวมทั้งปีอาจจะสูงถึง 12 ล้านคน ขณะที่ผู้บริโภคจะกลับมาบริโภคสินค้าและบริการโดดเด่นขึ้นในปลายไตรมาสที่ 3 ของปีนี้เป็นต้นไป

นายธนวรรธน์ พลวิชัย
รวมทั้งภาคการส่งออกยังเติบโตได้ดีเฉลี่ย 10% ทำรายได้เฉลี่ย 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/เดือน ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนต.ค. 2565 จะมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแรงงานราว 10 ล้านคน เฉลี่ย 15 บาท/วัน จะทำให้มีเม็ดเงินเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มในช่วงปลายปีอีก 1.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวชัดเจน
“เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นแล้ว ดัชนีความเชื่อมั่นปลายปีจะอยู่ในช่วงวัฏจักร ขาขึ้น เพราะท่องเที่ยว ส่งออกยังเติบโตดี การขึ้นค่าแรงทำให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋ามากขึ้นขณะ อัตราเงินเฟ้อก็มีแนวโน้มลดลง จึงยังคงเป้าจีดีพีปี 2565 ไว้ที่ 3-3.5%”
นายธนวรรธน์ กล่าวต่อถึงผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจจากปัญหาอุทกภัย ว่า ขณะนี้เกิดปัญหาน้ำท่วมในลักษณะน้ำรอการระบาย และท่วมในเขตเมืองสร้างความเสียหายเฉพาะภาคประชาชนเท่านั้น คาดว่าจะสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจไม่มาก ราว 5 พัน – 1 หมื่นล้านบาท เท่านั้น เพราะปัญหาน้ำท่วมขณะนี้ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการหารายได้ของประชาชน แหล่งเพาะปลูกพืชผลเกษตรทางการเกษตร ปศุสัตว์ ยังไม่ได้รับความเสียหาย ขณะที่ ระบบการผลิต และระบบโลจิสติกส์ ยังเดินได้ตามปกติ และเชื่อว่า รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้าไทยมากขึ้นช่วงไตรมาส 4 นี้ เฉลี่ย 5 หมื่นล้านบาท/เดือน จะช่วยชดเชยความเสียหายจากน้ำท่วมได้
อย่าไรก็ตาม ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน, ปัญหาความขัดแย้งระหว่างจีน-สหรัฐ, สถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งจะต้องติดตามดูสถานการณ์ภาวะอุทกภัยใกล้ชิดต่อไป, การชุมนุมทางการเมืองในประเทศ, ภาวะการระบาดของไวรัสโควิด-19