นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดถึงผลการหารือร่วมกับ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ในงาน “Thailand-China Investment Forum” ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ภาครัฐ ภาคเอกชน และนักธุรกิจจากไทยและจีน กว่า 500 คน มาประชุมร่วมกัน โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวเปิดงาน ซึ่งนายกฯ ย้ำว่า จีนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย ไทยพร้อมส่งเสริมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนา EEC เชื่อมโยงกับข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) ทั้งนี้ ในการประชุมเอเปค ไทยได้รับเกียรติจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางเข้าร่วมการประชุมด้วยตนเอง
ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีการนำเสนอผลการศึกษาปัญหาและอุปสรรค และโอกาสขยายการค้า การลงทุนระหว่างกัน โดยจีนระบุว่า การลงทุนในไทยยังมีอุปสรรค คือ มีปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะด้านภาษา ค่าแรงแพง โครงสร้างพื้นฐานยังไม่ครอบคลุมกฎระเบียบไม่เอื้อต่อนักลงทุนจีน นโยบายลงทุนยังเป็นภาพกว้าง การซื้อที่ดินยังมีข้อจำกัดและไม่ชัดเจน เช่น จำนวนเงินลงทุน จำนวนที่ดิน วัตถุประสงค์การใช้ที่ดิน ลักษณะการลงทุน
ที่ประชุมได้เสนอมาตรการสนับสนุนให้เกิดการค้าการลงทุนระหว่างไทย-จีน ให้มากขึ้นคือ โดยจัดตั้งแพลตฟอร์มแบ่งปันข้อมูลการค้าและการลงทุน ,จัดตั้งเครือข่ายวิสาหกิจไทย-จีน, พัฒนานิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน หรือสองประเทศสองนิคม, พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยส่งเสริมมหาวิทยาลัยไทย-จีน ผลักดันการศึกษาทางภาษาให้ลงลึกปรับปรุงระบบบริการข้อมูลการลงทุน โดยจัดทำบัญชี WeChat เพื่อสื่อสารนโยบายที่เกี่ยวข้องและขั้นตอนการลงทุน รวมถึงเพิ่มสาขา BOI ที่ปัจจุบันมีอยู่ 3 แห่งในประเทศจีน
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยให้ความสำคัญกับประเทศจีน โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน ซึ่งไทยมีศักยภาพและความพร้อมที่จะต้อนรับการลงทุนตรงจากจีนในประเทศไทย จึงเกิดเป็นความริเริ่ม เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ระหว่างหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กับ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมุ่งหวังว่าผลการศึกษาครั้งนี้ จะนำไปสู่การขับเคลื่อนให้เกิดการลงทุนระหว่างไทยและจีนในทุกมิติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสและการฟื้นตัวของภาคการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกันให้กลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีหน้า