นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของ ผู้บริโภคในช่วงวันลอยกระทง ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ พบว่า ส่วนใหญ่ 76% จะออกไปลอยกระทง เพราะต้องการคลายความเครียด ร่วมประเพณี และขอพรหลังจากโควิดเบาลง เน้นพื้นที่ใกล้บ้าน
“ลอยกระทงปีนี้คาดว่าจะมีเงินสะพัด 9.7 พันล้านบาท ขยายตัว 6% เป็นบวกอีกครั้งในรอบ 5 ปี และมีมูลค่าสูงสุดในรอบ 5 ปี แต่ในแง่อัตราขยายตัวสูงรอบใน 10 ปี ดังสะท้อนว่าปีนี้ลอยกระทงจะกลับมาคึกคักมากแน่นอน เห็นสัญญาณการใช้จ่ายจะดีขึ้นต่อเนื่อง และฟื้นตัวช่วงปีใหม่”
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ขณะนี้ไตรมาส 4 เศรษฐกิจไทยฟื้นแล้ว จากปัจจัยเสี่ยงที่คลี่คลายไปทั้งสถานการณ์โควิด-19 ประชาชนเริ่มคลายกังวลเป็นสถานการณ์ที่เริ่มควบคุมได้ รวมทั้งให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่น มีการเปิดประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยว
ขณะที่การจับจ่ายใช้สอยเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เริ่มเดินทางท่องเที่ยว และราคาน้ำมันที่เริ่มทรงตัว 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไม่ได้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่รุนแรง โดยเบนซินเคลื่อนไหวตามราคา ตลาด ส่วนดีเซลรัฐบาลก็ตรึงราคาไว้ 35 บาทต่อลิตร
ส่วนเงินค่าบาทที่อ่อนค่าแตะ 38 บาทต่อดอลลาร์ ไม่ส่งผลกระทบต่อ เศรษฐกิจ และยังส่งผลดีต่อการส่งออก ปีนี้คาดว่าจะโตได้ 7-8% นอกจากนี้ เงินบาทที่อ่อนค่ายังหนุนให้ชาวต่างชาติมาเที่ยวไทยมาก ประกอบกับการเป็นเจ้าภาพเอเปก ก็จะมีผู้เข้าร่วมประชุม สื่อมวลชน เดินทางมามากเช่นกัน ทำให้ช่วยเป็นแรงผลักดันภาพลักษณ์ของประเทศ ทำให้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเมืองไทยเดือนละ 1-2 ล้านคน ก็จะทำให้ทั้งปีมีนักท่องเที่ยวจำนวน 10 ล้านคน คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัว 3.3-3.5% ตามเป้า ส่วนปี 2566 มองว่า คาดว่ามากกว่า 3.5-4%
ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจโลกไตรมาส 1 ปี 2566 จะได้เห็นเศรษฐกิจโลกถดถอยชัดเจน แม้จะมีความกังวลสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย แต่เศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ทรุดตัว อัตราว่างงานยังไม่มาก มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในช่วงซอฟต์แลนด์ดิ้ง ขณะที่เศรษฐกิจจีนก็เริ่มผ่อนคลายมาตรการซีโร่โควิด เศรษฐกิจจีนน่าจะโตปีนี้ 3.5% และปีหน้าน่าจะขยายตัว 4.5% น่าส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย