นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยถึงความพร้อมในการเป็น เจ้าภาพ APEC ของประเทศไทยในส่วนของภาคเอกชน ว่า กกร. จะเป็นเจ้าภาพ การประชุม APEC CEO Summit ในวันที่ 17-18 พ.ย. เพื่อหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างนักธุรกิจชั้นนำของเอเปค จาก 21 เขตเศรษฐกิจ โดยจะมีการเชิญผู้นำ และบุคคลสำคัญระดับโลกทั้งจากภาครัฐและเอกชน ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อต่างๆ มีเป้าหมายส่งเสริมการเปิดเขตเสรีการค้าและการลงทุน รวมถึงความร่วมมือด้านสังคมและการพัฒนาในทุกมิติ

โดยผู้นำเขตเศรษฐกิจที่ยืนยันอย่างเป็นทางการในการเข้าร่วมงาน เช่น นางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นางจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายเหงียน ซวน ฟุก ประธานาธิบดีเวียดนาม

นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ นายโฮเซ เปโดร กัสติโย เตร์โรเนส ประธานาธิบดีเปรู, นายกาบริเอล โบริช ฟอนต์ ประธานาธิบดีชิลี รวมทั้ง ผู้นำองค์กรระดับโลกอย่าง นายโรเบิร์ต อี มอริตซ์ ประธาน บริษัท PricewaterhouseCoopers ศาสตราจารย์เคลาส์ มาร์ติน ชวับ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร World Economic Forum (WEF) เข้าร่วม เป็นต้น

สำหรับโอกาสของคนไทยและเศรษฐกิจไทยนั้น การเป็นเจ้าภาพจัดประชุม APEC CEO Summit 2022 จะช่วยให้ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้น และมีการพัฒนาระบบเพื่อการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน การลดและยกเลิกปัญหาอุปสรรคทางการค้า รวมทั้งการเสริมสร้างศักยภาพทางการแข่งขันของผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยของไทยให้เข้าสู่ระบบการค้าโลกได้ เป็นการสนับสนุนการนำไปสู่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค นอกจากนี้จะมีการจัดงานการประชุม APEC Business Advisory Council-ABAC ระหว่าง วันที่ 14-15พ .ย. อีกด้วย

นายสนั่น กล่าวต่อว่า การจัดการประชุมครั้งนี้ไทย ยังมี 3 ประเทศ ที่เป็นแขกพิเศษของรัฐบาล คือ ซาอุดีอาระเบีย เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซาอุดีอาระเบีย จะนำคณะภาครัฐและเอกชนของซาอุฯ กว่า 600 คนเยือนไทย โดยมีกำหนดการพบกับนายกรัฐมนตรีของไทยในวันที่ 18 พ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล ไฮไลต์สำคัญจะมีการลงนาม MOU 2 ฉบับสำคัญ ในความร่วมมือด้านการลงทุน และด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลนีและนวัตกรรม รวมถึงการจะมีเวทีจับคู่เจรจาธุรกิจกับภาคเอกชนไทย เพื่อผลักดันการลงทุนร่วมไทย-ซาอุฯ

ซึ่งหอการค้าไทยเชื่อว่าส่วนนี้จะเป็นการเปิดโอกาส ไม่ใช่เฉพาะกรอบพหุภาคี APEC หรือ ASEAN แต่ระหว่างทวิภาคีก็มีโอกาสเช่นกัน

ส่วนฝรั่งเศส ประธานาธิบดีมาครง จะมีการหารือของนายกรัฐมนตรีไทย ถึงความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาไทย-ฝรั่งเศส ด้านการพัฒนายางพารา รวมถึงการขยายการลงทุนของมิชลิน หนึ่งในผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ในไทย และ รัฐบาลไทยได้เชิญสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นแขกพิเศษของรัฐบาลด้วย

นอกจากนี้ การตอบรับคำเชิญของ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในฐานะหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทยกับจีนซึ่งครบรอบ 10 ปี ในปีนี้ และจะมีการหารือเพื่อเร่งรัดแผนงานต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงการค้า การลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการเชื่อมแผน belt and road initiative ของจีน กับพื้นที่ EEC ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็วขึ้น

“เอเปคของไทยในปีนี้ หอการค้าไทย คาดว่า จะมีแขกที่เข้าร่วมของภาครัฐ และการจัดงานของเอกชนรวมผู้ติดตามแล้วไม่ต่ำกว่า 5,000 คน คาดจะเกิดเงินหมุนเวียนโดยตรงในระบบทันทีประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท และจากการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้จะมีการออกข่าวและประชาสัมพันธ์ประเทศไทยไปทั่วโลก จะมีผลต่อความเชื่อมั่นประเทศไทย ทั้งในแง่การค้า การท่องเที่ยวและการลงทุนการประชาสัมพันธ์ ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยให้ต่างชาติได้เห็น ประเมินผลทางอ้อมหลังจบงาน จะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยร่วม 20,000 ล้านบาท สามารถช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในทุกมิติให้เติบโตอย่างเข้มแข็งต่อไป”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน