นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยถึงแผนลงทุนในปี 2566 ว่า กทพ.อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดพัฒนาโครงการทางพิเศษสายใหม่ 5 โครงการ วงเงินรวมกว่า 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งจะทยอยเปิดประกวดราคา และเริ่มงานก่อสร้างในปีหน้า โดยมั่นใจว่าจะสอดรับต่อความต้องการของประชาชน เนื่องจากขณะนี้มีการขยายขนาดเมืองและหัวเมืองท่องเที่ยว พบว่าเริ่มมีปัญหาปริมาณการจราจรแออัด

สำหรับโครงการทางพิเศษสายใหม่ดังกล่าว ประกอบด้วย 1. โครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 ช่วงถนนประเสริฐมนูกิจ-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ระยะทางรวม 11.3 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท

นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า โดยปัจจุบัน กทพ.เตรียมนำผลศึกษาทบทวนกรอบวงเงินลงทุนและรายละเอียดโครงการ เสนอที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) 29 พ.ย.นี้ ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคมภายในเดือนพ.ย. 2565 และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเดือนธ.ค. 2565 โดยหากผ่านการเห็นชอบคาดว่าจะเปิดประมูลก่อสร้างต้นปี 2566

“โครงการนี้การทางฯ เราทบทวนงบลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนปัจจุบัน ซึ่งพบว่าวงเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 พันล้านบาท จากเดิมวงเงินลงทุน 1.69 หมื่นล้านบาท มาอยู่ที่ประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท โดยโครงการนี้การทางฯ จะใช้เงินลงทุนจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) ร่วมกับการออกพันธบัตรเพิ่มเติม” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า 2. โครงการทางพิเศษ สายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี ช่วงจตุโชติ-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 (MR 10) ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 1.8 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจและออกแบบรายละเอียดและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) หลังจากปรับแนวเส้นทางใหม่ โดยจะสิ้นสุดในช่วงระหว่างคลอง 9 กับคลอง 10 เพื่อเชื่อมต่อกับวงแหวนรอบที่ 3 รองรับการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษ เอ็มอาร์แมป สาย MR 10 และ MR 6 กาญจนบุรี (ด่านพุน้ำร้อน) – สระแก้ว (ด่านอรัญประเทศ) ที่จะพัฒนาในอนาคต

“ตอนนี้มีเป้าหมายว่าจะสามารถเสนอโครงการทางพิเศษสายนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในปลายปี ก่อนจะเริ่มกระบวนการประกวดราคาในต้นปีหน้า ควบคู่ไปกับการเสนอพิจารณาอีไอเอ หลังจากนั้นคาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างได้ภายในปี 2566 โดยจะทยอยลงทุนในระยะที่ 1 ช่วงจตุโชติ-ลำลูกกา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2568” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า 3. โครงการทางพิเศษ สายฉลองรัช-ศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ (M7) รวมระยะทาง 18.5 กิโลเมตร วงเงินลงทุนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด โดยโครงการนี้จะมีแนวเส้นทางครอบคลุมการเชื่อมต่อโครงข่ายกับทางพิเศษสายศรีรัช ถนนศรีนครินทร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 เป็นโครงข่ายทางพิเศษ ที่จะช่วยระบายปัญหาการจราจรแออัด

นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า 4. โครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (Double Deck) ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 ระยะทาง 17 กิโลเมตร วงเงินลงทุนราว 3 หมื่นล้านบาท ปัจจุบัน กทพ.อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมีแผนงานเบื้องต้นว่าจะศึกษาแล้วเสร็จภายในเดือนส.ค. 2566 หลังจากนั้นในปี 2566-2567 จะขออนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และดำเนินการขอใช้พื้นที่ โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2568 เปิดให้บริการในปี 2573

นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า และ 5. โครงการทางพิเศษ สายขนอม- เกาะสมุย ระยะทาง 17 กิโลเมตร วงเงินลงทุนราว 2.5 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ กทพ. อยู่ระหว่างเร่งจัดทำร่างรายละเอียดขอบเขตงาน (ทีโออาร์) เพื่อว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาออกแบบรายละเอียด และความเหมาะสม ใช้ระยะยะเวลาประมาณ 1 ปี พร้อมทั้งจัดทำอีไอเอ ก่อนเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม และ ครม. พิจารณาอนุมัติ โดยตั้งเป้าสามารถเปิดให้บริการภายในปี 2573

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน