หืดจับ! ททท.เผยยอดหลุดเป้า กว่า 1.7 แสนล้านบาท ซ้ำปี 66 เศรษฐกิจโลกถดถอย เงินเฟ้อ ค่าครองชีพสูง ค่าเดินทางแพง มี.ค.เข้าสู่โลว์ซีซั่น
เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2565 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวของประเทศไทยตอนนี้ทุกคนเริ่มมองไปหลังปีใหม่ ที่ช่วงเดือนมี.ค. 2566 ที่ต้องเจอกับสถานการณ์จริงท่ามกลางเศรษฐกิจโลกถดถอย ภาวะเงินเฟ้อ วิกฤติค่าครองชีพ ค่าเดินทางแพงจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน ประกอบกับเข้าสู่โลว์ซีซั่น หรือนอกฤดูท่องเที่ยว และไม่มีการอัดอั้นการเดินทางอย่างเช่นปีนี้ จะท้าทายต่อการทำการตลาดที่ต้องแข่งกับทุกประเทศที่ต่างเปิดรับนักท่องเที่ยวกันแล้วอย่างมาก ท่ามกลางเป้าหมายที่ ททท.ต้องดึงตลาดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าไทย 20 ล้านคน บนเป้ารายได้ 2.38 ล้านล้านบาท ที่คิดเป็น 80% ที่เคยทำได้ในปี 2562 ที่มีรายได้จากตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทย รวมกันที่ 3 ล้านล้านบาท
“ในปี 2565 จะเห็นมีความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวสูงมากหลังจากอัดอั้นไม่ได้เดินทางมา 3 ปี ทำให้เป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดทั้งปี 10 ล้านล้านคนมาเร็วกว่ากำหนด คาดว่าจะถึงเป้าในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ แต่รายได้ยังต่ำกว่าเป้าที่กำหนดไว้ต้นปีที่ 1.5 ล้านล้านบาทเมื่อต้นปี ขณะนี้คาดว่ารายได้รวมอาจจะได้แค่ 1.33 ล้านล้านบาท มาจากคนไทยเที่ยวในประเทศ 731,774 ล้านบาทและจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 600,000 ล้านบาท นอกจากว่า ในช่วงที่เหลือของปี นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามามีวันพำนักในไทยนานขึ้นและใช้เงินมากขึ้นก็อาจมีลุ้นที่จะได้ตามเป้า 1.5 ล้านล้านบาท”
นายยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกลยุทธ์ในการทำตลาดในปี 2566 ต้องเร่งในทุกตลาด พุ่งเป้าโรดโชว์ในหลายประเทศ โดย ททท.จะพยายามผลักดันให้มีเที่ยวบินกลับมาให้ได้ 80% ของปี 2562 และมีอัตราบรรทุกผู้โดยสารที่ 90% ของจำนวนที่นั่ง โดยแต่ละเที่ยวบินที่ตัดสินใจกลับมาบิน เขาต้องมั่นใจว่าจะมีอัตราบรรทุกผู้โดยสาร 80% ของจำนวนที่นั่งอยู่แล้ว แต่หากพบมีอัตราบรรทุกผู้โดยสารไม่ถึง 90% ทาง ททท.จะช่วยสนับสนุนให้ เช่น มีผู้โดยสาร 80% ทาง ททท.จะช่วย 10% ที่เหลือ นอกจากนั้น จะเร่งให้นักท่องเที่ยวดินทางซ้ำในทุกฤดูท่องเที่ยวและให้เกิดการกระจายตัวในหลายแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
นายยุทธศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซีย มองเป็นตลาดที่จะมาเพิ่มจากเป้า 20 ล้านคน เพราะยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลจีนจะอนุญาตให้คนจีนเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศเมื่อใด แม้ภาคเอกชนมองว่าจะเริ่มเปิดในเดือนมี.ค.2566 และจากที่ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน หารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และมีคำพูดว่าไทย-จีนเป็นพี่น้องกันและพร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน มีการเผยแพร่ข้อมูลนี้ในอินเตอร์เน็ต ได้สร้างการรับรู้ในกลุ่มประชาชนจีน 1,000 ล้านคน/ครั้ง พร้อมมีคอมเมนต์ดีๆว่าคิดถึงเมืองไทย ดังนั้น จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาแน่เมื่อรัฐบาลจีนอนุญาต ส่วนรัสเซียพบว่ามีการเปิดเที่ยวบินเช่าเหมาลำมาไทยมากขึ้น โดยเริ่มบินลงที่สนามบินอู่ตะเภาแล้วในเดือนพ.ย.นี้