นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 29 พ.ย. 2565 มีมติอนุมัติโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) วงเงินลงทุน 36,829.499 ล้านบาท โดยใช้แหล่งเงินทุนจากภายใน คือ เงินรายได้ของ ทอท. เป็นอันดับแรก และหากสภาพคล่องจากการดำเนินงานไม่เพียงพอสำหรับโครงการลงทุนต่างๆ จึงจะจัดหาแหล่งเงินทุนจากภายนอกมาชดเชย แผนการดำเนินการ แบ่งออกเป็น 1.งานออกแบบ ปีงบฯ 2564-2566 และ 2.งานก่อสร้าง ปีงบฯ 2566-2572
“ทอท. มองว่าโครงการนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานดอนเมือง และพัฒนาให้เต็มศักยภาพของพื้นที่ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 40 ล้านคนต่อปี ซึ่งเป็นระดับจำนวน ผู้โดยสารระหว่างประเทศและภายในประเทศที่ท่าอากาศยานดอนเมืองให้บริการอยู่ในปี 2562 ก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รองรับปริมาณจราจรทางอากาศและผู้โดยสาร จากปัจจุบันท่าอากาศยานดอนเมืองมีอาคารผู้โดยสารจำนวน 2 อาคาร รองรับผู้โดยสารรวม 30 ล้านคนต่อปี”
โดยแนวทางดำเนินการ ประกอบด้วย 6 กลุ่มงาน ได้แก่ กลุ่มงานที่ 1 งานพัฒนาด้านทิศใต้ เช่น งานก่อสร้างอาคาร ผู้โดยสารอาคาร 3 พร้อมอาคารเทียบเครื่องบินหมายเลข 6 และงานปรับปรุงอาคารจอดรถยนต์ 7 ชั้น เป็นชานชาลาจอด รับ-ส่งผู้โดยสาร กลุ่มงานที่ 2 งานพัฒนาพื้นที่ด้านทิศเหนือ เช่น งานปรับปรุงหลุมจอดอากาศยานด้านทิศเหนือ และงาน ก่อสร้างขยายอาคารเทียบเครื่องบิน ด้านทิศเหนือ/อาคาร สานักงานสายการบิน/อาคารรับรองพิเศษ VVIP
กลุ่มงานที่ 3 งานก่อสร้างในพื้นที่เขตปฏิบัติการการบิน เช่น งานก่อสร้างลานจอดอากาศยานด้านทิศเหนือพร้อมทางขับเชื่อม กลุ่มงานที่ 4 งานปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร อาคาร 1 อาคารเทียบเครื่องบินด้านทิศเหนือ เช่น งานปรับปรุง อาคารผู้โดยสาร อาคาร 1 อาคารเทียบเครื่องบิน หมายเลข 2-4 กลุ่มงานที่ 5 งานสนับสนุนโครงการพัฒนา ได้แก่ งานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค กลุ่มงานที่ 6 งานสิ่งแวดล้อม ได้แก่ งานจ้างติดตาม ตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระยะ การปรับปรุงและฟื้นฟูสิ่งอำนวยความสะดวกโครงการ
ทั้งนี้ เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับปริมาณผู้โดยสาร พัฒนาคุณภาพการให้บริการ ทั้งระบบขนถ่ายผู้โดยสารทางอากาศและทางภาคพื้น มีประสิทธิภาพและลดความแออัดระบบจราจรภายในท่าอากาศยาน รองรับปริมาณจราจรทางอากาศและผู้โดยสาร รวมทั้งกิจกรรมทางด้านการบิน รวมทั้งสามารถเชื่อมต่อระบบขนส่ง ทางราง ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต