น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย พ.ศ. 2566-2570 มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ระบบโลจิสติกส์เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประตูการค้าที่สำคัญใน อนุภูมิภาคและภูมิภาค โดยขับเคลื่อนผ่าน 5 แนวทางการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ดังนี้

1.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งและสิ่งอำนวยความสะดวก 2.ยกระดับมาตรฐานและเพิ่มมูลค่าโซ่อุปทาน 3.การพัฒนาพิธีการศุลกากร กระบวนการนำเข้า-ส่งออกที่เกี่ยวข้อง และการอำนวยความสะดวกในการขนส่งระหว่างประเทศ 4.พัฒนาศักยภาพ Logistics Service Providers: LSPs และ 5.ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม การพัฒนาบุคลากร และการติดตามผลด้านโลจิสติกส์
สำหรับเป้าหมายความสำเร็จภายใต้ร่างแผนปฏิบัติ ประกอบด้วย 1.สัดส่วนต้นทุนการขนส่งสินค้า ต่อจีดีพี ลดลงเหลือ 5% ต่อปี จากปี 2564 อยู่ที่ 6.4%

2.สัดส่วนต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลังต่อจีดีพี ลดลงเหลือ 5% ต่อปี จากปี 2564 อยู่ที่ 6.4% 3.อันดับดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพโลจิสติกส์ (Logistics Performance Index: LPI) ด้านพิธีการศุลกากร อยู่ในอันดับ 25 หรือคะแนนไม่ต่ำกว่า 3.20 ในปี 2561 อยู่อันดับที่ 31 มีคะแนนอยู่ที่ 3.14 คะแนน
และ 4.อันดับ LPI ด้านสมรรถนะ LSPs ทั้งภาครัฐและธุรกิจ อยู่ในอันดับ 25 หรือคะแนนไม่ต่ำกว่า 3.60 จาก ปี 2561 อยู่อันที่ 32 มีคะแนนอยู่ที่ 3.41 คะแนน

ทั้งนี้ สถานการณ์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในภาพรวม ปี 2564 ไทยมีสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP คิดเป็นสัดส่วน 13.8% ต่อจีดีพี ลดลงจากสัดส่วนปีก่อนหน้าที่ 14.0% ต่อจีดีพี ตามการฟื้นตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจภายในประเทศและแรงขับเคลื่อนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก สำหรับในปี 2565 ต้นทุนโลจิสติกส์มีแนวโน้มปรับตัว ดีขึ้น โดยคาดว่า สัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยจะปรับลดลงอยู่ที่ 12.9-13.3% ต่อ จีดีพี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน