นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เปิดเผยว่า ในปี 2565 บริษัทมีผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่อง มีกำไรสุทธิ 2,436.2 ล้านบาท สูงที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยเพิ่มขึ้น 257.2 ล้านบาท คิดเป็น 11.8% จากปีก่อนที่มีกำไร 2,179.0 ล้านบาท จากการมีรายได้รวม 11,418.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 9,334.7 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2,083.6 ล้านบาท คิดเป็น 22.3% เป็นรายได้สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทและเป็นครั้งแรกที่มีรายได้รวมเกิน 10,000 ล้านบาท

โดยเป็นผลจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 39.3% เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี (XPCL) มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ยมากกว่าปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และผลประกอบการของ XPCL ในภาพรวมเติบโตกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ หนี้สินของบริษัทลดลงตามแนวทางการบริหารจัดการทางการเงิน

“บริษัทตั้งเป้าขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ในภูมิภาค ซึ่งทุกโครงการจะใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด โดยจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดจากเดิม 89% เป็น 95% ภายในปี 2567 แม้การปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศสหรัฐ และอีกหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทย จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจจะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานปีนี้”

อย่างไรก็ตาม หนี้สินระยะยาวตามงบการเงินรวมของ CKPower 83% เป็นหุ้นกู้สกุลเงินบาทที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ และในส่วนของบริษัทร่วม XPCL ก็มีนโยบายบริหารความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยผ่านการทำสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Swap) และการออกหุ้นกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ โดยมีการติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

สำหรับฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2565 บริษัทมีสินทรัพย์ 69,846.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.3% มีหนี้สินรวม 31,906.6 ล้านบาท ลดลง 2.9% จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Net Interest-bearing Debt to Equity Ratio) ปรับตัวลดลงจากปีก่อน โดย ณ สิ้นปี 2565 อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำที่ 0.59 เท่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน