น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเดือนม.ค. 2566 อยู่ที่ 161.49 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 6.2% เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี ประกอบกับมีการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย และคนไทยมีการเดินทางข้ามจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงต้นปี ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่
“ส่งผลให้การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเดือนม.ค. 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 1,089,016 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.2% เนื่องจากความต้องการใช้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ ปริมาณส่งออกอยู่ที่ 122,825 บาร์เรล/วัน ลดลง 18.6 คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 13,636 ล้านบาท/เดือน ลดลง 6.8%”

นันธิกา ทังสุพานิช
โดยการใช้น้ำมันเดือนม.ค. 2566 ที่เพิ่มขึ้น เป็นผลจากการใช้กลุ่มเบนซินเฉลี่ยอยู่ที่ 31 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.5% การใช้กลุ่มดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 78.25 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้น 3.1% เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือโดยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 35 บาท/ลิตร มาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลจนถึงวันที่ 20 พ.ค. 2566 และการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจภายใต้สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่ยังคงผันผวนสูง
การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เฉลี่ยอยู่ที่ 14.16 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้น 102.7% เนื่องจากนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางเนื่องจากช่วงเทศกาลปีใหม่ ก๊าซธรรมชาติเหลวสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) เฉลี่ยอยู่ที่ 3.47 ล้านก.ก./วัน เพิ่มขึ้น 9% เป็นผลมาจากการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่
ขณะที่การใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) หรือก๊าซหุงต้ม เฉลี่ยอยู่ที่ 16.55 ล้านก.ก./วัน ลดลง 3.8% เนื่องจากภาคปิโตรเคมีลดลง 15.8% มาอยู่ที่ 6.35 ล้านก.ก./วัน แต่การใช้ในภาคขนส่งอยู่ที่ 2.28 ล้านก.ก./วัน เพิ่มขึ้น 19.7% ภาคครัวเรือนอยู่ที่ 5.96 ล้านก.ก./วัน เพิ่มขึ้น 2.6% และภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1.97 ล้านก.ก./วัน เพิ่มขึ้น 0.1%