พาณิชย์ เล็งหาช่องฟ้องจีน ปลอมข้าวหอมมะลิไทย หลังทางการจีนพบ 3 โรงงาน สั่งปิดดำเนินคดีแล้ว อึ้งใช้สารแต่งกลิ่นเลียนแบบ
วันที่ 17 มี.ค. 2566 นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึง กรณีโรงงานผู้ผลิตข้าวในประเทศจีนทำการปลอมข้าวหอมมะลิไทย โดยใช้สารแต่งกลิ่นให้หอมเหมือนข้าวหอมมะลิไทย เพื่อให้ขายได้ในราคาสูงว่า ได้ประสานไปยังฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ นครเซี่ยงไฮ้ ได้รับทราบว่า ทางการจีนตรวจพบว่ามีโรงงานผลิตข้าวในมณฑลอานฮุย จำนวน 3 แห่ง ปลอมแปลงข้าวหอมมะลิไทย โดยใช้สารแต่งกลิ่น ซึ่งทั้งหมดไม่เคยนำเข้าข้าวหอมมะลิจากไทยมาก่อน
ประกอบด้วย 1.บริษัท Anhui Huainan Shoux Youngliang Rice Industry แอบอ้างใช้ชื่อแบรนด์ เป็นภาษาไทยว่า “ราชาไทย(Tai Zni Wang) และ “ข้าวหอมมะลิไทยรุ่นที่ 2” โดยมียอดขายปีละ 1 หมื่นล้านตัน
2.บริษัท Anhui Xiangwang Cereal,Oil and Food Technology Co.,Ltd. แอบอ้างใช้ชื่อแบรนด์ว่า “ข้าวหอมมะลิประเทศไทย” ระบุแหล่งผลิตจากไทย ภายหลังบริษัทยอมรับว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้าวหอมมะลิไทย จากการสืบสวนข้อมูลพบว่าใบอนุญาตประกอบธุรกิจแปรรูปข้าวหมดอายุมาตั้งแต่ปี 2017
และ3.บริษัท Huainan Chufeng Industry and Trade Co.,Ltd. ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “Tai Xiang Mi” แปลว่า ข้าวหอมมะลิไทย
“ทั้ง 3 บริษัทถูกปิดโรงงาน และถูกทางการจีนดำเนินคดีแล้ว ในความผิดคดี ทำผิดตามกฎหมายความปลอดภัยทางอาหาร (food safety) กฎหมายความปลอดภัยทางยา กฎหมายคุ้มครองสิทธิ์ผู้บริโภค กฎหมายโฆษณาเกินจริง กฎหมายความปลอดภัยของสินค้า และผิดกฎหมายในคดีอาญา”
นายรณรงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนความผิดตามกฎหมายไทยนั้นขณะนี้ยังไม่พบว่ามีความผิด และยังไม่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งเรื่องเครื่องหมายรับรองมาตรฐานข้าวหอมมะลิ ส่วนกรณีการนำชื่อยี่ห้อที่เขียนเป็นภาษาไทยไปใช้เป็นเครื่องหมายการค้า ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ เนื่องจากคำที่ใช้ เช่น “ข้าวหอมมะลิไทย” เป็นคำทั่วไป ไม่ใช่คำเฉพาะ จึงสามารถนำไปใช้ได้
นายรณรงค์ กล่าวถึงมาตรการแก้ไขปัญหาว่า กรมฯ เตรียมหารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ในฐานะผู้เสียหาย เพื่อหาข้อสรุปว่าจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับโรงงานข้าวในจีนทั้ง 3 แห่งหรือไม่ โดยต้องประเมินร่วมกันว่าจะสามารถฟ้องร้องที่ศาลใดของจีนได้บ้าง หากฟ้องร้องต้นทุนการดำเนินการจะคุ้มค่าหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบกับผลกระทบ หากฟ้องร้องแล้วไม่คุ้มก็อาจจะไม่ฟ้องร้อง
นายรณรงค์ กล่าวอีกว่า ยอมรับว่ากรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตลาดการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยไปจีนในระยะสั้น ผู้บริโภคอาจจะระมัดระวังในการซื้อข้าวมากขึ้นหลังจากมีข่าว แต่คาดว่าจะปรับตัวได้เพราะผู้บริโภคจีนฉลาดและเป็นแฟนพันธุ์แท้ข้าวหอมมะลิไทยต้องกลับมาซื้ออีกแน่นอน จากการหารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าว ยืนยันว่า อาจได้รับความเสียหายระยะสั้นช่วง 1-2 เดือน เท่านั้น
นายรณรงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ได้ประสานไปยังสำนักงานพาณิชย์ในประเทศจีนให้เร่งเข้าไปสำรวจยอดขายข้าวหอมมะลิไทยว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่หลังจากมีข่าว เพื่อประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นคาดว่าจะใช้เวลา 3-6 เดือน และเข้าไปสำรวจข้าวหอมมะลิที่จำหน่ายในห้างจีนว่าแต่ละแบรนด์มีการแอบอ้างข้าวหอมมะลิไทยหรือไม่ หากพบให้แจ้งให้ทางการจีนดำเนินคดีทันที
รวมทั้งเร่งส่งเสริมให้ผู้ขายข้าวหอมมะลิไทยในจีน เข้ามาจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทยให้มากขึ้น เพื่อให้ผู้ซื้อหรือผู้นำเข้าข้าวในจีนสามารถเลือกซื้อข้าวหอมมะลิไทยที่มีคุณภาพดี ได้อย่างถูกต้อง
นายรณรงค์ กล่าวอีกว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ไทยมีการส่งออกข้าวหอมมะลิไปยังตลาดจีนเป็นปริมาณดังนี้ ปี 2563 จำนวน 144,164 ตัน มูลค่า 4,131 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 147,581 มูลค่า 3,460 ล้านบาท และปี 2565 จำนวน 142,146 ตัน มูลค่า 3,996 ล้านบาท