นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการส่งออกเดือนก.พ. 2566 ว่า มีมูลค่า 22,376.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยการส่งออกสินค้าเกษตรกรรม มีมูลค่า 1,883.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 1.5% ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร มีมูลค่า 17,621.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 6.2% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 23,489.7 หดตัว 1.1% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า รวม 1,113.4 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนการส่งออกในช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ปี 2566 มีมูลค่า 42,625.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 4.6% โดยการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมมีมูลค่า 3,698.1 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 0.4% ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม มีมูลค่า 33,674.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 5.8% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 48,388.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3.3% ทำให้ดุลการค้า 2 เดือนแรกของปีนี้ ขาดดุลรวม 5,763.1 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการส่งออกสินค้าเกษตรกรรม หดตัว 0.4% ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม หดตัว 5.8%

“การส่งออกที่หดตัวในเดือนก.พ. ส่วนหนึ่งเกิดจากจากฐานการส่งออกปีก่อนหน้าสูง และยังมีแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งกระทบต่อความต้องการสินค้าให้ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าการส่งออกยังคงหดตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบรรยากาศตึงเครียดของสงคราม 2 รัสเซียและยูเครน แต่ทั้งปีมั่นใจว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 1-2%”

สำหรับตลาดส่งออกในเดือนก.พ. 2566 นั้น ในส่วนของตลาดหลักภาพรวมพบว่า หดตัว 5.9% โดย สหรัฐอเมริกา หดตัว 9.5%, จีน หดตัว 7.9%, ญี่ปุ่น หดตัว 2.5%, อาเซียนหดตัว 5.8%, สิงคโปร์ หดตัว 21.2%, กลุ่ม CLMV หดตัว 4.9% ส่วนตลาดรอง ภาพรวมยังขยายตัวเป็นบวกได้ที่ 2.4% เนื่องจากอินเดียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ ยังขยายตัวเป็นบวกได้ 3.9%, ตะวันออกกลาง ขยายตัว 23.8%, แอฟริกาใต้ ขยายตัว 22.2% ขณะที่ตลาดรัสเซีย หดตัว 48.4%, สหราชอาณาจักร หดตัว 3.5%, ลาตินอเมริกา หดตัว 4.7%

สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา หดตัว 34.0% ในตลาดจีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และตุรกี, อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัว 9.1% ในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และอียิปต์, อาหารสัตว์เลี้ยง หดตัว 23.4% ในตลาดสหรัฐ มาเลเซีย อินเดีย เวียดนาม และอิตาลี, ผลไม้กระป๋องและแปรรูป หดตัว 23.9% ในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย กัมพูชา และเนเธอร์แลนด์

ส่วนสินค้าการส่งออกยังมีอัตราที่เติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ น้ำตาลทราย ขยายตัว 21.4% กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา มาเลเซีย และลาว) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ขยายตัว 5.2% โดยเฉพาะในตลาดจีน ฟิลิปปินส์ อินเดีย เนเธอร์แลนด์ และลาว,

ข้าว ขยายตัว 7.7% โดยเฉพาะในตลาดอิรัก อินโดนีเซีย เซเนกัล โมซัมบิก และแอฟริกาใต้, ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ขยายตัว 95.0% โดยเฉพาะตลาดจีน มาเลเซีย สหรัฐ ฮ่องกง และอินโดนีเซีย และ ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัว 61.6% ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน โดยเฉพาะตลาดจีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย เกาหลีใต้ และสิงคโปร์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน