ประธาน สอท.จี้รัฐบาลใหม่แก้ปากท้อง-ค่าไฟ สร้างจุดแข็งใหม่ๆ ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
เมื่อวันที่ 14 พ.ค.66 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการเมืองไทย และจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต โดยสิ่งที่ภาคเอกชนคาดหวังเป็นลำดับแรกคือ การเร่งจัดตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.) เข้ามาทำหน้าที่โดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดช่วงสุญญากาศหรือเว้นว่างในการบริหารประเทศ
นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายของพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งและเข้ามาทำหน้าที่รัฐบาลชุดใหม่ ส่วนตัวมีความเห็นว่า บางนโยบายของพรรคการเมือง หลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจในแต่ละภาคส่วนได้ ดังนั้น หากรัฐบาลชุดใหม่สามารถนำนโยบายหาเสียงที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ มาพิจารณาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบท และสภาพการณ์ในแต่ละช่วงได้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างแน่นอน
“ปัญหาการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และการเร่งแก้ไขปัญหาต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่อยากให้เร่งดำเนินการ ขณะเดียวกันรัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศ จะต้องพยายามเร่งสร้างจุดแข็งใหม่ๆ ขึ้นมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทั้งด้านการลงทุน การค้า และการบริการ
โดยที่มีเป้าหมายหลักที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางให้ได้ ซึ่งการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความสำคัญ” ประธาน ส.อ.ท.
ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพรรคใดเป็นรัฐบาล รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศจะต้องมีวิสัยทัศน์ มองก้าวข้ามปัญหาการเมืองแบบเดิมๆ และมุ่งเน้นให้ความสำคัญไปที่การพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นที่ตั้ง มีการกำหนดยุทธศาสตร์และแผนงานการพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ ช่วยทำให้อันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของไทยปรับตัวดีขึ้น
ซึ่งถือเป็นตัวแปรที่สำคัญอย่างหนึ่งต่อการสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน และดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นและข้อเสนอแนะในการกำหนดนโยบายต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต เพื่อให้เกิดการทำงานที่สร้างสรรค์บรรลุเป้าหมายร่วมกัน เพื่อประเทศไทยที่เข้มแข็งกว่าเดิม

