‘คมนาคม’ ลงพื้นที่สุ่มตรวจ น้ำหนักรถบรรทุก ไร้ผู้กระทำผิด แต่พบปัญหาขาดแคลนเจ้าหน้าที่ เผยดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส

วันที่ 16 มิ.ย.2566 นายมนตรี เดชาสกุลสม ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการติดสินบนเจ้าหน้าที่โดยการติดสติกเกอร์บนรถบรรทุก เปิดเผยว่า นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ได้มอบให้คณะทำงานฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวอย่างเต็มที่ โดยในการประชุมคณะทำงานฯ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 จึงมีมติให้คณะทำงานฯ กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานีที่เหลือและรายงานผลให้คณะทำงานฯ ทราบ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณามอบหมายแนวทางการดำเนินงานต่อไป

นายมนตรี กล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน คณะทำงานฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีฯ 4 แห่ง โดยมีเช็กลิสต์ในการตรวจสอบการดำเนินงานว่าเป็นไปตามกระบวนการหรือเงื่อนไขหรือไม่ ประกอบด้วย ด้านเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์และเครื่องมือ และกระบวนการเข้าตรวจสอบน้ำหนักที่สถานีฯ สรุปผลได้ดังนี้

สถานีตรวจสอบน้ำหนักลำลูกกา (ขาออก) กม. ที่ 32+400 จังหวัดปทุมธานี

สถานีตรวจสอบน้ำหนักบนมอเตอร์เวย์ M7 ลาดกระบัง (ขาออก) ทล.7 กม. ที่ 29+900 กรุงเทพฯ

สถานีตรวจสอบน้ำหนัก บางบ่อ (ขาเข้า) กม. ที่ 39+500 จังหวัดฉะเชิงเทรา

พบว่า สถานีฯ ทั้ง 3 แห่ง มีการตรวจสอบน้ำหนักรถบรรทุกโดยใช้เทคโนโลยีระบบตรวจสอบน้ำหนักยานพาหนะเคลื่อนที่ (WIM) ที่ติดตั้งก่อนถึงสถานีตรวจสอบน้ำหนักไม่เกิน 1 กิโลเมตร เพื่อเป็นระบบคัดแยกประเภทรถและน้ำหนัก และมีการตรวจสอบน้ำหนักอีกครั้งด้วยระบบ Static ในกรณี WIM ตรวจพบค่าน้ำหนักเกิน และมีหน่วย Spot Check ซึ่งจะออกตรวจสัปดาห์ละ 3 วัน โดยรถบรรทุกที่วิ่งผ่านเส้นทางให้ความร่วมมือในการตรวจสอบน้ำหนักเป็นอย่างดี

นายมนตรี กล่าวอีกว่า สถานีตรวจสอบน้ำหนักบนมอเตอร์เวย์ M9 ลำลูกกา (ขาเข้า) ทล.9 กม. ที่ 36+500 จังหวัดปทุมธานี พบว่า สถานีฯ ใช้ระบบ Static ในการตรวจสอบน้ำหนักรถบรรทุก และมีหน่วย Spot Check ออกตรวจสัปดาห์ละ 3 วัน โดยมีรถบรรทุกวิ่งผ่านเส้นทางนี้จำนวนมาก ซึ่งบางช่วงเวลาอาจจะส่งผลกระทบต่อการจราจร จึงบูรณาการร่วมกับตำรวจทางหลวงในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำหรับเครื่องชั่งน้ำหนักของทั้ง 3 ด่าน ได้รับการรับรองความเที่ยงตรงจากสำนักงานกลาง ชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์แล้ว ซึ่งจะมีการตรวจมาตรฐานเพื่อต่ออายุหนังสือรับรองทุก 2 ปี

นายมนตรี กล่าวว่า ทั้งนี้ คณะทำงานฯ มีข้อสังเกตว่าในเส้นทางที่มีรถบรรทุกผ่านสถานีฯ จำนวนมาก บางคันไม่เข้าชั่งน้ำหนักที่สถานีฯ ได้รับคำชี้แจงว่าเป็นรถเปล่า ไม่มีสินค้าบรรทุก หรือมีใบชั่งน้ำหนัก คณะทำงานฯ จึงสุ่มตรวจรถที่ไม่ได้เข้าชั่งน้ำหนักไม่พบรถน้ำหนักเกิน นอกจากนี้ จากการสอบถามหัวหน้าสถานีฯ พบว่า ทุกสถานีฯ มีปัญหาขาดแคลนอัตรากำลัง โดยคณะทำงานฯ ได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ดังนี้

1.ให้ปรับปรุงข้อความบนป้ายก่อนเข้าสถานีฯ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

2.ให้เร่งติดตั้งระบบ WIM ที่สถานีฯ ให้ครบทุกแห่ง

3.กำหนดมาตรการสุ่มตรวจรถที่ไม่เข้าชั่งน้ำหนักที่สถานีฯ ให้ชัดเจน มีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐานยิ่งขึ้น

4.หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ทล. ตำรวจทางหลวง ทช. และ ขบ. ต้องหารือร่วมกันถึงแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบน้ำหนัก รวมถึงการเชื่อมต่อระบบจีพีเอส ในรถบรรทุกกับ ขบ.

5.พิจารณาแก้ไขกฎหมาย โดยเพิ่มโทษรถที่ไม่เข้าชั่งน้ำหนักที่สถานีฯ และไม่ผ่านการตรวจสอบน้ำหนัก

นายมนตรี กล่าวว่า นอกจากนี้ คณะทำงานฯ จะนำข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่ไปประมวลผล เพื่อนำเสนอคณะกรรมการฯ และเสนอกระทรวงฯ จัดทำแผนปรับปรุงและพัฒนาระบบที่ใช้กับสถานีฯ ต่อไป โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนเกี่ยวกับส่วยสติกเกอร์บนรถบรรทุก ได้ที่เว็บไซต์กระทรวงคมนาคม www.mot.go.th และสายด่วนศูนย์ปลอดภัยคมนาคม โทร. 1356 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและปราบปราม การกระทำผิดต่อไป

“กระทรวงฯ ขอยืนยันว่าจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงตรวจสอบในทุกประเด็นเพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริงและเชื่อมั่นในการดำเนินการของกระทรวงฯ และหากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง กระทรวงฯ จะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้นต่อไป” นายมนตรี กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน