นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผอ.ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยถึงทิศทางการส่งออกไทยปี 2566 ภายใต้การเมืองที่ไม่แน่นอน ว่า เสถียรภาพการเมืองมีผลต่อการส่งออกเพราะหากตั้งรัฐบาลล่าช้าจะไม่มีบุคคลเข้ามาทำหน้าที่ขับเคลื่อนภาการส่งออกซึ่งกำลังอยู่ในช่วงขาลงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยหากตั้งรัฐบาลใหม่ได้ภายในส.ค. 2566 คาดว่าการส่งออกไทยปีนี้จะหดตัวเพียง 1.2% หรือ มีมูลค่าส่งออกเท่ากับ 283,738 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่หากตั้งไม่ทันเดือนส.ค. 2566 การส่งออกไทยจะหดตัวเพิ่มเป็น 2.5% หรือมีมูลค่าส่งออกเท่ากับ 279,891 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญดังนี้ 1. เศรษฐกิจโลก และคู่ค้าสำคัญชะลอตัว 3 ปีติดต่อกันมีผลต่อคำสั่งซื้อ โดยไอเอ็มเอฟคาดว่าจะโตได้เพียง 2.8%

2. เศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 2 ของไทยครองส่วนแบ่ง 12-13% อาจโตไม่ถึง 5% จากมูลค่าค้าปลีกเริ่มชะลอในเดือนเม.ย. การลงทุนก็ลดลงโดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ต่ำกว่า 50 ในเดือนพ.ค.-มิ.ย. 2566 และต่ำกว่าปี 2565 และยังมีปัญหาการว่างงานของคนหนุ่มสาว ซึ่งเป็น 20% ของกำลังซื้อในจีน

3. ความไม่ชัดเจนในจากการจัดตั้งรัฐบาลของไทย
4. อัตราการว่างงานของโลกและประเทศคู่ค้าปีนี้จะสูงขึ้นอยู่ที่ 5.8% หรือประมาณ 3 ล้านคน ทำให้รายได้ต่อหัวของคนในโลก ลดลง 0.9% ซึ่งจะกระทบทำให้การส่งออกไทยหดตัว 0.01% สูญเสียมูลค่าส่งออก 1,795 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

5. ค่าเงินที่ผันผวนจากอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ ที่ทรงตัวในระดับสูง และมีโอกาสปรับขึ้น โดยครึ่งหลังปีหลังคาดว่า เงินบาทจะอ่อนค่าลงไปถึง 34.5-35.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

6. ภาวะเอลนีโญ ที่กำลังเกิดขึ้นในปีนี้อาจมีโอกาสจะยาวนานไปอีก 2-3 ปี คาดว่าจะทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรไทยปีนี้ขยายตัวติดลบ 2.7-10.9% โดยกรณีเลวร้ายที่สุดหากปริมาณน้ำฝนปีนี้ลดลงจากปีก่อน 40% จะทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรปีนี้ติดลบ 10.9% ทำให้มูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรไทยหายไปราว 1 แสนล้านบาททันที คิดเป็น 1% ของมูลค่าการส่งออกรวมทั้งประเทศ 7. ราคาน้ำมันดิบอาจปรับตัวสูงขึ้นจากการปรับลดกำลังการผลิตของโอเปก

นายอัทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าติดตามอีก เช่น ต้นทุนการผลิตที่สูง เช่น ค่าไฟฟ้า พลังงาน และค่าจ้างของไทยซึ่งสูงกว่าหลายประเทศในอาเซียน โดยอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับภาคธุรกิจ ต้นทุนราคาดีเซลและอัตราค่าแรงงานของไทยสูงเป็นอันดับ 3 เมื่อเทียบกับอาเซียน ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าไทยสูง และ มีราคาแพงกว่าคู่แข่ง ส่งกระทบความสามารถในการแข่งขันด้านราคาส่งออก รวมไปถึง ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน