นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธาน คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยถึงผลการประชุมกกร. ว่า ที่ประชุมประเมินว่าเศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอตัวลง จากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ และยุโรป ทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดประมานการเศรษฐโลกปีนี้เหลือ 3% ซึ่งถือว่าต่ำมาก ขณะที่เศรษฐกิจจีนเริ่มแผ่ว เห็นจากจากจีดีพีไตรมาสที่ 2 ขยายตัวเพียง 6.3% ต่ำกว่าการคาดการณ์ที่ 7.3% ทำให้ภาคส่งออกของไทยได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์โลกที่ชะลอตัวในช่วงที่เหลือของปีนี้ อย่างมาก

ส่วนเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปียังมีความท้าทายสูง แม้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้มีโอกาสจะฟื้นตัวตามคาดที่ 29-30 ล้านคน แต่การใช้จ่ายต่อหัวยังต่ำ เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับมา ขณะที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยต่อคนยังอยู่ต่ำกว่าปี 2562 เนื่องจากภาระค่าครองชีพสูงและเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจจะถดถอย

ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับลดลง เพราะกังวลต่อความยืดเยื้อของสถานการณ์ทางการเมือง การทำงบประมาณรายจ่ายของรัฐ และการชะลอตัวของการส่งออก ที่ประชุมกกร. จึงมีความเป็นห่วง และต้องการเห็นการเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่โดยเร็ว

“เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทำให้ภาคเอกชนมีความท้าทายทั้งด้านรายได้และเรื่องต้นทุน ที่ประชุมจึงเสนอให้รัฐหามาตรการแก้ปัญหาค่าครองชีพและต้นทุนในการดำรงชีพในภาคประชาชน ที่สะท้อนมาจากราคาอาหารสำเร็จรูป และสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีราคาปรับเพิ่มสูงขึ้น จากปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน อาทิ ภาวะภัยแล้ง หรือฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน อาจทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง รวมถึงราคาพลังงานที่ยังผันผวน ดังนั้นภาครัฐดูแลต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตสินค้าตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ปุ๋ย และอาหารสัตว์ รวมถึงต้นทุนด้านอื่นๆ ให้กับผู้ประกอบการ”

นายผยง กล่าวต่อว่า ปัญหาภัยแล้งมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นมากกว่าคาด ปริมาณน้ำฝนสะสมในช่วง ม.ค.-ก.ค. 2566 ต่ำกว่าระดับปกติในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลาง มีปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าปกติถึง 40% เมื่อพิจารณาปริมาณน้ำในเขื่อน เดือนก.ค. 2566 พบว่า อยู่ในระดับวิกฤตในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำใช้การได้ใกล้เคียงกับปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่ไทยเผชิญภัยแล้งรุนแรง ประเมินว่าภัยแล้งอาจสร้างมูลค่าความเสียหายสูงถึง 5.3 หมื่นล้านบาท จึงต้องให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและผลกระทบต่อภาคการเกษตรในช่วงปลายปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2567

“กกร. ได้นำเสนอให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เร่งรัดโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี เพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาว และขอให้ทบทวนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่ EEC และพื้นที่อื่นๆ ซึ่งการแก้ปัญหาเรื่องนี้ จะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและความรุนแรงของปัญหาหนี้บนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ยังพึ่งพาภาคเกษตรด้วย”

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังพิจารณาถึงผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ระบุว่า ครัวเรือนไทยมีภาระหนี้สินโดยเฉลี่ยครอบครัวละ 5.59 แสนบาท สูงสุดในรอบ 15 ปี โดยที่ประชุมเห็น ควรมีการผลักดันให้มีการนำข้อมูลหนี้สหกรณ์และการประมาณการหนี้นอกระบบที่เชื่อถือได้ รวบรวมไว้ที่ศูนย์ข้อมูลหนี้ เพื่อให้เห็นภาพรวมของข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อหามาตรการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ตรงกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการแก้ปัญหาเรื่องรายได้

ด้านายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มั่นใจว่า วันที่ 4 ส.ค. จะได้ตัวนายกรัฐมนตรี แต่หากไม่ได้ ก็เชื่อว่าพอยังมีเวลาเปิดโหวตอีกหลายครั้งคาดว่าภายในส.ค. นี้ จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ก็ต้องรอดูหน้าตาของครม. เศรษฐกิจว่าเป็นอย่างไร ซึ่งผ่านมายอมรับว่า ครม.เศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยมีจุดแข็งการบริหารงานด้านเศรษฐกิจดีอยู่แล้ว

ส่วนนโยบายการขึ้นค่าแรง 600 บาท ของพรรคเพื่อไทยนั้น มองว่าเป็นนโยบายที่มีช่วงเวลาการปรับขึ้นค่าแรงนานถึง 4 ปี ซึ่งหากจะมีการปรับจริง ภาคเอกชนต้องหารือร่วมกับรัฐบาลเชื่อว่าจะสามารถยืดหยุ่นได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน