ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวโน้มราคาปุ๋ยเคมีว่าขณะนี้ราคาปุ๋ยเคมีภายในประเทศ โดยเฉพาะ แม่ปุ๋ยยูเรีย มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 30 บาท/กระสอบ หรือประมาณ 3.9% โดยราคาเฉลี่ยภาคกลางเมื่อช่วงต้นเดือนก.ค. 2566 อยู่ที่ 780 บาท/กระสอบ แต่ปัจจุบันปรับขึ้นมาอยู่ที่ 810 บาท/กระสอบ เนื่องจากราคาวัตถุดิบปุ๋ยในตลาดโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นจากกรณีที่ประเทศอินเดียซึ่งเป็นผู้ใช้รายสำคัญของโลกได้เปิดประมูลนำเข้าแม่ปุ๋ย รวมทั้งราคาก๊าซธรรมชาติยังมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นด้วย
ทั้งนี้ สำหรับภาพรวมปุ๋ยยูเรีย ในประเทศยังได้รับผลกระทบด้านราคาไม่มากนัก โดยราคาปุ๋ยยูเรียในปัจจุบันยังคงต่ำกว่าราคาเฉลี่ยเมื่อช่วงกลางปีก่อนถึง 49% โดยช่วงกลางปี 2565 ราคาเคยขึ้นไปถึง 1,600 บาท/กระสอบ และราคามีแนวโน้มทรงตัวและอาจปรับลดลงได้ หากผ่านพ้นฤดูกาลใช้ปุ๋ย ราวๆ เดือนก.ย. ซึ่งจะทำให้ราคาเข้าภาวะปกติ
“การปรับขึ้นราคาครั้งนี้อาจจะปรับขึ้นไม่นาน เชื่อว่าระยะถัดไปจะทรงตัวและลดลงได้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังมีน้อย โดยขณะนี้กรมกรมได้หารือ ผู้ผลิต และผู้นำเข้าปุ๋ยอย่างต่อเนื่อง และได้ขอความร่วมมือให้ตรึงราคาต่อไปเพื่อ ไม่ให้กระทบต่อเกษตรกร รวมทั้งจับตาราคาจำหน่ายปลีก ให้สอดคล้องกับราคาหน้าโรงงาน และต้นทุนที่แท้จริง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาแบบไม่เป็นธรรม”
นอกจากนี้ ยังประสานกับค้าภายใน และพาณิชย์จังหวัด ให้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการจำหน่ายปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านราคาสามารถร้องเรียนมาได้ที่สายด่วน 1569
ร.ต.จักรา กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดชุดสายตรวจพิเศษ 84 ชุด ออกตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ รวม 24,711 แห่ง ว่า ขณะนี้ตรวจสอบไปแล้ว 90% คาดว่าสัปดาห์หน้าจะครบ 100% โดยในช่วง 10 วันแรกของการออกตรวจ คือ ระหว่างวันที่ 8-17 ส.ค. 2566 ได้ตรวจสอบสถานีบริการ 1,542 แห่ง รวม 34,589 หัวจ่าย พบผิด 11 ราย รวม 63 หัวจ่าย กรณีพบผิดพบว่ามีสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันเกิน จำนวน 5 แห่ง รวม 7 หัวจ่าย กรมได้ทำการผูกบัตรห้ามใช้และสั่งให้ปรับปรุง และมีการสั่งดำเนินคดี สถานีบริการจำนวน 6 ราย รวม 56 หัวจ่าย เนื่องจากพบว่ามีการใช้หัวจ่ายโดยไม่มีคำรับรอง จำนวน 5 ราย และจ่ายน้ำมันขาด 1 ราย
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้สถานีบริการน้ำมันทดสอบมาตรวัดของตนเองเป็นประจำทุกเดือน และส่งรายงานผลการทดสอบให้บริษัทผู้ค้าน้ำมันและสำนักงานชั่วตวงวัดแต่ละพื้นที่ ไม่เกินวันที่ 10 ของทุกเดือนรวมทั้งขอให้บริษัทผู้ค้าน้ำมันดำเนินการลงโทษสถานีบริการที่ทำผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น และพิจารณาบอกเลิกสัญญากับสถานีบริการด้วย โดยจะต้องแจ้งผลการดำเนินการมาให้กรมรับทราบด้วย